รัสเซียระบุในวันพฤหัสบดี (26 พฤศจิกายน) ว่าจะเพิ่มการควบคุมเรื่องนำเข้าอาหารจากตุรกี โดยอ้างว่ามักจะละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยบ่อยครั้ง โดยอ้างจะนำเข้าจากอิหร่าน อิสราเอล จีน ฯ แทน หลังเครื่องบินรบแบบ Su-24 ของรัสเซียถูกยิงตกหลังบินล้ำน่านฟ้าตุรกี

อเล็กซานเดอร์ คาเชฟ รัฐมนตรีเกษตรรัสเซีย ระบุว่า มีประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทางการเกษตรจากตุรกีที่ไม่ผ่านมาตรฐาน โดยมีระดับของสารกำจัดศัตรูพืช ไนเตรทและไนไตรท์ เกินค่าความปลอดภัย

เขายังบอกด้วยว่า รัสเซียจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมที่บริเวณชายแดนและแหล่งผลิตอาหารในตุรกี

“รัสเซียพบร่องรอยของสารต้องห้ามและเป็นภัยในผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจากสัตว์ของตุรกีประมาณ 40 ครั้งในปีนี้” คาเชฟ ระบุเพิ่มเติม

ตลอดช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ตุรกีได้ส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ไปรัสเซีย ซึ่งลดลง 21.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

พืชผักของตุรกีนั้นคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของพืชผักทั้งหมดที่ถูกนำเข้าไปในรัสเซีย จากการเปิดเผยของคาเชฟ เขายังบอกด้วยว่ารัสเซียสามารถเลือกซื้อของพวกนี้ได้จากประเทศอื่น อาทิ มะเขือเทศจากอิหร่าน อิสราเอล โมร็อกโก อาเซอร์ไบจัน อุซเบกิสถาน

ตุรกียังเป็นแหล่งสำหรับการนำเข้าผลไม้รสเปรี้ยวราว 1 ใน 4 ของรัสเซีย ซึ่งคาเชฟก็บอกอีกว่า รัสเซียสามารถเปลี่ยนไปนำเข้าจากประเทศอื่นได้เช่นกัน อาทิ แอฟริกาใต้ จีน อาร์เจนตินา จอร์เจีย

นอกจากนี้รัสเซียยังสามารถเปลี่ยนการส่งออกสินค้าไปตุรกี อาทิ ข้าวสาลีและน้ำมัน ไปสู่ประเทศอื่นในตะวันออกกลางและแอฟริกา

ทั้งนี้ ตลอดช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา รัสเซียได้ส่งออกสินค้าไปตุรกีรวมมูลค่าราว 1.3 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่รัสเซียกลับยืนยันว่าจะยังคงส่งก๊าสธรรมชาติเข้าตุรกีดังเดิม ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงปีละ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในรายได้หลังของรัสเซียในภาวะที่ประเทศอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้

ความคิดเห็น

comments

By admin