เมื่อวันพฤหัสบดี (28 เมษายน) นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงสภาพอากาศร้อนในประเทศไทยขณะนี้ว่า เกือบทุกพื้นที่มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง บางพื้นที่สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ จากสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งอาการพบได้ตั้งแต่ปวดศีรษะ หน้ามืด เพ้อ ชักไม่รู้สึกตัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ ซึ่งจากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-17 เมษายน พบผู้เสียชีวิตที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับอากาศร้อนจำนวน 21 ราย เป็นชาย 20 ราย หญิง 1 ราย อายุตั้งแต่ 29-72 ปี โดยเสียชีวิตนอกบ้าน ตามสถานที่สาธารณะ 13 ราย ในรถ 2 ราย วัด 1 ราย และภายในบ้าน 5 ราย ส่วนใหญ่อาชีพรับจ้าง ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ คือ การดื่มสุราช่วงอากาศร้อน และผู้มีโรคประจำตัว ส่วนข้อมูลปี 2558 พบผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อน 56 ราย มีอาชีพรับจ้าง ร้อยละ 33 ส่วนใหญ่ทำกิจกรรมกลางแจ้งก่อนเสียชีวิต ดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 16

นพ.อำนวยกล่าวต่อว่า กลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบและผู้สูงอายุ 3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่อดนอน และ6.ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งขอให้ดูแลสุขภาพตนเองโดยสวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี ควรอยู่ภายในบ้านหรือในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ แลอย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดไว้กลางแจ้ง เพราะอุณหภูมิในรถจะสูงกว่าภายนอก ผู้ที่มีโรคประจำตัวถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียน ปวดศีรษะ ใจสั่น ตะคริว หน้ามืด ขอให้พบแพทย์หรือโทร 1669 ขอความช่วยเหลือ

ความคิดเห็น

comments

By admin