ผู้นำตุรกีออกมากล่าวถึงพฤติกรรมป่าเถื่อนของอิสราเอลโดยตัวอย่างเปรียบเทียบกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ว่าใครป่าเถื่อนกว่ากัน หลังจากที่ทั้งสองชาติเพิ่งกลับมาเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นปกติ
“ผมรับไม่ได้กับสิ่งที่ ฮิตเลอร์ ทำ และผมก็รับไม่ได้กับสิ่งที่อิสราเอลได้ทำลงไปเช่นกัน ฉะนั้นเมื่อมองว่ามีคนมากมายที่ต้องล้มตายไป จึงไม่เหมาะเลยที่จะถามว่า ใครโหดร้ายป่าเถื่อนกว่ากัน” แอร์โดอัน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของอิสราเอลเมื่อค่ำวันจันทร์ (21 พฤศจิกายน)
ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับอิสราเอลตกต่ำถึงขีดสุด หลังอิสราเอลส่งหน่วยคอมมานโดบุกปล้นเรือบรรเทาทุกข์สัญชาติตุรกีในน่านน้ำสากล ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซา และสังหารลูกเรือชาวตุรกีไป 10 คน เมื่อปี 2010 จนรัฐบาลตุรกีตอบโต้ด้วยการขับไล่ทูตอิสราเอล และระงับความร่วมมือด้านกลาโหมทั้งหมด
อย่างไรก็ดี ทั้งสองชาติตัดสินใจที่จะประสานรอยร้าวเพื่อกลับมาร่วมมือกันในระดับปกติ และยังได้พูดคุยเรื่องโครงการก่อสร้างท่อก๊าซ เพื่อส่งก๊าซธรรมชาติจากอิสราเอลเข้าไปยังตุรกีและยุโรป
แต่กระนั้นก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ แอร์โดอัน หยิบยกผู้นำรัฐบาลนาซีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเปรียบเทียบกับอิสราเอลในปัจจุบัน
เช่นหลังจากหน่วยคอมมานโดอิสราเอลบุกปล้นเรือบรรเทาทุกข์เมื่อปี 2010 แอร์โดอันประณามอิสราเอลว่ากำลัง “รักษาค่านิยมของฮิตเลอร์ให้คงอยู่”
และอีกครั้งระหว่างที่อิสราเอลใช้กำลังทางทหารบุกโจมตีฉนวนกาซาในปี 2014 ซึ่งสังหารพลเรือนชาวปาเลสไตน์ไปมากถึง 2,251 คน ตามข้อมูลของสหประชาชาติ แอร์โดอัน ก็ระบุว่าอิสราเอล “ไร้สามัญสำนึก ไร้เกียรติ ไร้ความภาคภูมิ พวกเขาเอาแต่แช่งด่าฮิตเลอร์ทั้งวันทั้งคืน แต่กลับทำตัวป่าเถื่อนยิ่งกว่าฮิตเลอร์เสียอีก” และกล่าวอีกว่ารัฐยิวว่าจงใจ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวปาเลสไตน์
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 ของอิสราเอล แอร์โดอัน ระบุว่า ตนทราบดีว่ากำลังแตะประเด็นอ่อนไหวเมื่อพูดถึง ฮิตเลอร์ ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นผู้สั่งฆ่าชาวยิวถึง 6 ล้านคน แต่ขณะเดียวกัน “ผมก็ลืมไม่ได้ว่ามีคนอีกนับร้อยนับพันต้องล้มตายไป ขณะที่กองทัพอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา”
ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานการตอบโต้ใดๆ จากฝั่งของรัฐบาลอิสราเอลแต่อย่างใด
