นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายที่ยังคงปิดปากเงียบ ท่ามกลางข้อกล่าวหาและหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆว่า กองทัพพม่ากำลังใช้เหตุกลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งโจมตีฐานรักษาการชายแดนที่เมืองหม่องดอ รัฐยะไข่เมื่อเดือนที่แล้ว เป็นข้ออ้างกวาดล้างชาวมุสลิมโรฮิงญา โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติระบุว่าปฏิบัติการด้านความมั่นคงของพม่า เข้าข่ายเป็นความพยายามกำจัดชาติพันธุ์โรฮิงญา ด้วยการบีบบังคับให้พวกเขาต้องหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านบังกลาเทศ

แต่ตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา นางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พูดแค่ว่าการสอบสวนกำลังดำเนินอยู่ในกรอบกฎหมาย

เดวิด แมทีสัน จากฮิวแมนไรทส์ วอทช์ กล่าวว่า การนิ่งเฉยของนางซูจี ผู้นำทางพฤตินัยของพม่า สร้างความงุนงนแก่นานาชาติที่มองว่าเธอเป็นนักสิทธิมนุษยชนคนหนึ่ง แต่อาจเป็นเพราะเธอไม่ได้มีอำนาจควบคุมกองทัพ

คณะนักวิจัยด้านอาชญากรรมโดยรัฐ ที่มหาวิทยาลัย ควีน แมรี ยูนิเวอร์ซิตี ลอนดอน ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า การนิ่งเงียบ ของนางซูจี คือการให้ความชอบธรรมการฆ่าล้างชาติพันธุ์และปกป้องการประหัตประหารชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา ทั้งที่กรณีนี้จะถือเป็นบททดสอบสำคัญที่สุดในความเป็นผู้นำของนางซูจี แต่ผู้นำพฤตินัยของพม่ายังคงแสดงท่าทีไม่ทุกข์ร้อน “ข้ออ้างของนางซูจีที่ว่า เราไม่ได้พยายามปิดบังสิ่งใดในยะไข่ แสดงความไม่จริงใจอย่างถึงขีดสุด ถ้อยแถลงของเธอตีความได้อย่างเดียวคือการปฏิเสธ อันเป็นยุทธศาสตร์ที่คุ้นชินเพื่อหนีการถูกกล่าวโทษของรัฐก่ออาชญากรรมทั้งหลาย”

ชาวโรฮิงญาหลายพันคนที่หลบหนีการกวาดล้างของทัพพม่าเข้าไปในบังกลาเทศ บอกเล่าเรื่องทหารพม่าข่มขืน ทารุณกรรมและฆาตกรรม แต่รัฐบาลพม่าปฏิเสธ ยืนยันว่าทหารกำลังปกป้องประเทศจากการลุกฮือก่อเหตุไม่สงบด้วยอาวุธ

กองทัพพม่าไม่อนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ภายนอก และนักข่าวต่างประเทศ เข้าไปในพื้นที่ขัดแย้ง แต่โจมตีรายงานข่าวการล่วงละเมิดว่าต่างๆ ว่าเป็นข่าวที่กุขึ้นมา

ทั้งนี้ แม้ว่านางซูจี นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) จะชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ได้ตั้งรัฐบาลพลเรือน แต่รัฐธรรมนูญจากยุครัฐบาลทหาร ยังคงให้กองทัพมีที่นั่งในสภา 1 ใน 4 และควบคุมด้านความมั่นคง นอกจากนี้ ชาวพม่ายังถูกทำให้เชื่อว่าโรฮิงญาเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย ดังนั้นการแสดงท่าทีเข้าข้างสนับสนุน อาจเสี่ยงเผชิญกระแสตีกลับจากคนในประเทศเอง แต่อีกด้านหนึ่งมีเสียงเตือนว่า สถานการณ์ในยะไข่ตอกย้ำว่า รัฐบาลนำโดย NLD แทบไม่มีความคืบหน้าในการยกระดับความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นับจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา

ความคิดเห็น

comments

By admin