รถโดยเมล์สีเขียวหลายคันที่ถูกใช้สำหรับรับส่งประชาชนที่อพยพคนออกจาก 2 หมู่บ้านชีอะห์ทางตะวันตกของจังหวัดอิดลิปถูกเผา เมื่อวันอาทิตย์ที่(18 ธันวาคม)ผ่านมาเพื่อประท้วงหลังการอพยพหยุดชะงักลงตั้งแต่วันศุกร์(16) เมื่อขบวนรถอพยพถูกดักปล้นระหว่างทางโดยกองกำลังติดอาวุธชีอะห์จากเลบานอน และอิหร่าน โดยได้มีการสังหารประชาชนไปหลายคน ปล้นทรัพสินมีค่าที่ประชาชนนำติดตัวไประหว่างอพยพ และขบวนยังถูกสั่งให้หันหลังกลับไปยังจังหวัดอเลปโปตะวันออก ส่งผลให้การอพยพหยุดชะงักในทันที และประชาชนอยู่ในความหวาดกลัวไม่กล้าที่จะออกมากับขบวนรถอีก
ตามข้อตกลงใหม่ที่กว่าจะทำกันได้สำเร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงก่อนรุ่งสางวันอาทิตย์ (18) นั้น กองกำลังอาวุธชีอะห์จากอิหร่านตั้งเงื่อนไขใหม่ว่า ผู้คนซึ่งติดอยู่ในหมู่บ้านโฟอะห์ และหมู่บ้านเคฟรายะ ทางตะวันตกของจังหวัดอิดลิบ ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวชีอะห์ จะต้องได้รับอนุญาตให้เดินทางออกไปยังพื้นที่ยึดครองของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดด้วยพร้อมๆ กัน พวกเขาจึงจะยินยอมให้อพยพผู้คนในอเลปโปตะวันออกเริ่มต้นขึ้นมาได้อีกครั้ง
ภายหลังเกิดเหตุเผารถเมล์สีเขียวเพื่อทำการประท้วงแล้ว ข่าวเกี่ยวกับการอพยพคนออกจากอเลปโปในวันอาทิตย์ (18) ก็ได้เพิ่มความสับสน ตามรายงานของสื่อทางการระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดอ้างว่าขบวนรถอพยพเริ่มต้นออกจากเมืองนี้แล้ว ทว่ารายงานจากสื่อหลายสำนักตรงกันว่าขบวนดังกล่าวต้องหวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น
แผนการแต่แรกที่จะอพยพผู้คนออกจากที่มั่นเขตท้าย ซึ่งฝ่ายต่อต้านซีเรียยังยึดครองอยู่ในอเลปโปตะวันออกนั้น มีอันพังครืนลงในวันศุกร์ (16) หลังจากกองกำลังติดอาวุธชีอะห์จากอิหร่าน และเลบานอน ได้ดังปล้นฆ่าประชาชนที่อยู่ในขบวนรถ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ามีบางคนถูกนำตัวออกไปจากรถ และยิงทิ้ง หลายคนได้รับบาดเจ็บ ของมีค่าถูกปล้นไป ก่อนที่ขบวนอพยพจะถูกสั่งให้ต้องหันหลังกลับไปยังจุดเริ่มต้น โดยยังมีคนอีกนับหมื่นติดค้างอยู่ในอเลปโปตะวันออกท่ามกลางการขาดแคลนอาหาร ที่พักพิง ในภาวะอุณหภูมิแตะ 0 องศา
ขณะที่การปฏิบัติการอพยพครั้งใหม่ ถึงแม้จะมีอุปสรรคทำให้ต้องชะลอไปหลายครั้ง แต่ก็ยังคงมีการตระเตรียมรถโดยสารเอาไว้ในวันอาทิตย์ (18) สำหรับการอพยพประชาชน ทั้งจากอเลปโปตะวันออกและจากหมู่บ้านที่ระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดยึดไว้ 2 แห่งในจังหวัดอิดลิบ
ตามรายงานของกลุ่มผู้สังเกตการณ์ชาวซีเรียเพื่อสิทธิมนุษยชน (SOHR) ระบุว่ามีรถโดยสารจำนวนหนึ่งสามารถเดินทางไปจนเข้าสู่หมู่บ้านโฟอะห์ และ เคฟรายะ ได้สำเร็จ ขณะที่ก่อนหน้านั้นรายงานข่าวระบุว่ากลุ่มญับตุล ฟัตตะห์ อัชชาม ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากกลุ่มแนวร่วมอัน นุสเราะ ฟรอนต์ ได้เข้าขัดขวางไม่ให้รถบัสเหล่านี้ผ่านไป
ทั้งนี้ SOHR ระบุว่า มีรถโดยสาร 6 คนถูกโจมตีและถูกจุดไฟเผาในระหว่างอยู่บนเส้นทาง
ส่วนสื่อของบาชาร์ อัล-อัสซาดรายงานว่า “กลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ” ได้โจมตีรถบัส 5 คัน โดยจุดไฟเผาและทำลายรถโดยสารเหล่านี้เสียหายยับเยิน
ด้านผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว AFP รายงานว่า กลุ่มชายติดอาวุธได้บังคับพวกคนขับของรถโดยสารเหล่านี้ให้ออกมาจากรถ จากนั้นจึงเปิดฉากยิงใส่รถเปล่า และจุดไฟเผารถ
มีรายงานหลายกระแสจากแหล่งข่าวฝ่ายในฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียหลายๆ รายซึ่งกล่าวว่า กลุ่มญับตุล ฟัตตะห์ อัชชาม เป็นผู้ลงมือโจมตี
แต่ทว่า สำนักข่าว อัล-มานาร์ ของกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธชีอะห์ฮิซบุลลาต ในเลบานอน และ อัล-มายะดิน ทีวี ซึ่งตั้งฐานอยู่ในกรุงเบรุต, เลบานอน ต่างรายงานโดยอ้างว่า เกิดการปะทะกันเองระหว่างกลุ่มญับตุล ฟัตตะห์ อัชชาม กับกลุ่มอะห์รออฺ อัช-ชาม แล้วจึงมีการเผารถบัสขึ้นมา
ขณะที่ทาง “กองทัพซีเรียเสรี” (Free Syrian Army) ซึ่งเป็นแกนนำในการต่อต้านระบอบการปกครองของบาชาร์ อัล-อัสซาด และเป็นแกนนำหลักโดยพฤตินัยของกองกำลังนักรบต่างๆ ในซีเรียได้กล่าวประณามการเผารถโดยสาร โดยชี้ว่าเป็น “พฤติการณ์อันสะเพร่าขาดการไตร่ตรอง ซึ่งกำลังสร้างอันตรายให้แก่ชีวิตของประชาชนเกือบ 50,000 คน” ที่ยังตกค้างอยู่ในอเลปโปตะวันออก
ตามรายงานของสื่อระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด บอกว่ามีขบวนรถบัสเข้าไปยังอเลปโปตะวันออกแล้วเมื่อราวเที่ยงวันอาทิตย์ (18) ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การกาชาดสากลและองค์การเสี้ยวเดือนแดงอาหรับซีเรีย
รถบัสเหล่านี้มีกำหนดนำประชาชนราว 1,200 คนออกจากที่มั่นของฝ่ายต่อต้านฯในอเลปโปตะวันออก เป็นการแลกเปลี่ยนกับการเคลื่อนย้ายกลุ่มชาวชีอะห์ที่บาดเจ็บออกจากหมู่บ้านโฟอะห์และเคฟรายะ ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังชีอะห์จากอิหร่าน และเลบานอน ออกไปยังพื้นที่ยึดครองอื่นๆ ของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดด้วย
มีรายงานว่าพวกกองกำลังติดอาวุธชีอะห์จากอิหร่าน และเลบานอน ได้วางเงื่อนไขใหม่ในการอพยพประชาชนออกจากอเลปโปตะวันออกว่า คนบาดเจ็บจากพื้นที่ยึดครองของพวกเขาทั้งสองแห่ง ก็ต้องได้รับอนุญาตให้ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยด้วย
ขณะที่องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) แถลงว่า ในบรรดาผู้คนซึ่งกำลังรอคอยเดินทางออกจากอเลปโปตะวันออกนั้น มีทั้งพวกเด็กๆ ที่ป่วยและได้รับบาดเจ็บรวมอยู่ด้วย
ยูนิเซฟบอกว่า เด็กเล็กบางคนถูกบังคับให้เดินทางออกไปโดยไม่มีพ่อแม่ของพวกเขาไปด้วย แล้วยังมีเด็กอีกหลายร้อยคนซึ่งติดอยู่ในอเลปโปตะวันออกอย่างน่าเป็นห่วง
ในอีกด้านหนึ่งที่องค์การสหประชาชาติในนิวยอร์ก รัสเซียซึ่งหนุนหลังระบอบการปกครองชีอะห์ บาชาร์ อัล-อัสซาด แถลงว่า จะใช้สิทธิวีโต้ญัตติฉบับหนึ่งซึ่งร่างโดยฝรั่งเศส ที่ระบุให้ส่งคณะเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์จากสหประชาชาติเข้าไปติดตามตรวจสอบการอพยพผู้คนในอะเลปโป ทั้งนี้การออกเสียงญัตติดังกล่าวในคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ (18) ตามเวลาท้องถิ่น
ฝรั่งเศสเสนอญัตตินี้โดยระบุว่าควรส่งทีมเจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบดูแลการอพยพ รวมทั้งรายงานเรื่องการปกป้องคุ้มครองพลเรือนด้วย
ทว่า วิตาลี ชูรคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ แถลงตอบโต้โดยอ้างว่าญัตติดังกล่าวมี “ความวิบัติหายนะเขียนเอาไว้ทั่วไปหมด” พร้อมกับระบุว่ารัสเซียมีแนวคิดอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะยื่นเสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงฯ แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไร และไม่ได้ระบุว่าร่างญัตติของรัสเซียจะยื่นเมื่อไหร่
