เดลินิวส์รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า ทำเนียบเครมลินเผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันศุกร์(23 ธันวาคม) ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามในกฤษฎีกาให้มีการขยายอาณาเขตของฐานทัพเรือรัสเซีย ในเมืองท่าตาร์ตุส ที่อยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกของซีเรีย เพื่อรองรับการเทียบท่าของเรือรบจากรัสเซียในบริเวณนั้น ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบจากระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาดแล้ว โดยฐานทัพเรือของรัสเซียในเมืองตาร์ตุสเป็นสถานที่ติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบ “s-300” ของรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวของผู้นำรัสเซียเป็นไปตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมในกรุงมอสโก ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแผนการตั้งฐานทัพเรือ “เป็นการถาวร” ในเมืองท่าที่อยู่ทางตะวันตกของซีเรีย ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังมีฐานปฏิบัติการอยู่ในบริเวณนั้นตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา
ขณะที่ในวันเดียวกัน ปูตินกล่าวถึงสถานการณ์ในซีเรีย ระหว่างการแถลงข่าวและตอบคำถามจากสื่อมวลชนครั้งใหญ่ประจำปี แสดงความยินดีต่อบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งสามารถ ยึดครองจังหวัดอเลปโปได้สำเร็จ โดยเรียดชัยชนะของบาชาร์ที่มีเหนือประชาชนครั้งนี้ว่าเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพให้กลับคืนสู่บ้านเมือง และขอบคุณอีกฝ่ายสำหรับความร่วมมือในการต่อสู้กับสิ่งที่รัสเซียเรียกว่า “กลุ่มก่อการร้ายนานาชาติ” ในซีเรียด้วย
