กองทัพปากีสถานแถลงความสำเร็จเมื่อวันจันทร์ (9 มกราคม) ในการทดสอบขีปนาวุธ เดอะ บาเบอร์-3 มิสไซล์ (The Babur-3 missile) พิสัย 450 กม. ศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ ยิงจากเรือดำน้ำได้เป็นครั้งแรกสำเร็จ
เมื่อวันจันทร์ (9 มกราคม) นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แถลงถึงความสำเร็จด้านขีปนาวุธล่าสุดว่า แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธปากีสถาน และการพึ่งพาตัวเองของประเทศ
โดยกองทัพปากีสถานได้กระทำการทดสอบในจุดทดสอบที่ไม่เปิดเผยแห่งหนึ่งกลางมหาสมุทรอินเดีย
ในรายงานยังกล่าวต่อว่า เป็นลักษณะการยิงออกมาจากใต้มหาสมุทร โดยใช้ฐานเคลื่อนที่ (mobile platform) ในการโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำ
โดยการแถลงของกองทัพปากีสถานในวันจันทร์ (9) ประกาศว่า ทางปากีสถานประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธ เดอะ บาเบอร์-3 มิสไซล์ (The Babur-3 missile) ซึ่งเป็นประเภทขีปนาวุธที่สามารถยิงออกมาจากเรือดำน้ำ ที่เรียกว่า submarine-launched cruise missile (SLCM) โดยมีศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ และมีพิสัยทำการอยู่ที่ 450 กม.
โดย เดอะ บาเบอร์-3 มิสไซล์ นั้นถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง รวมไปถึงระบบการควบคุมการขับเคลื่อนใต้น้ำ (underwater-controlled propulsion) รวมไปถึงระบบนำวิถีแบบก้าวหน้า ซึ่งพบว่าขีปนาวุธชนิดนี้สามารถต่อสู้ได้ทั้งทางบกและทางทะเล มีระบบการหลีกเลี่ยงการตรวจจับด้วยระบบเรดาร์ของข้าศึก รวมไปถึงระบบต่อต้านอากาศยาน นอกเหนือไปจากระบบเทคโนโลยีสเตลท์อื่นๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการทดลองของปากีสถานครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ อินเดียประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธมีความสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ยิงจากเรือดำน้ำได้สำเร็จก่อนหน้านี้ โดยในปี 2008 และยังประสบความสำเร็จในการทดสอบการยิงมิสไซล์แบบร่อนจากเรือดำน้ำได้ในปี 2013 ด้วย ทั้งนี้อินเดีย และปากีสถานได้ทำสงครามต่อกันถึง 3 ครั้งนับตั้งแต่ได้รับเอกราชย์จากอังกฤษในปี 1947 และต่างแข่งกันพัฒนาขีปนาวุธนับตั้งแต่ปี 1998 โดยทั้งคู่ต่างมีความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้
