ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตรียมลงนามในคำสั่งบริหารห้ามผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว และงดออกวีซ่าให้พลเมืองซีเรียกับอีก 6 ประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประเทศมุสลิม โดยจะมีผลบังคับตั้งแต่วันพุธ (25) ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวในสภาคองเกรสและผู้เชี่ยวชาญด้านคนเข้าเมือง

ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อค่ำวันอังคาร (24) ว่า รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการด้านความมั่นคงซึ่งจะทำให้วันพุธเป็น “วันที่ยิ่งใหญ่”

แหล่งข่าวเผยว่า ทรัมป์จะสั่งห้ามผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลาหลายเดือน โดยยกเว้นให้เฉพาะผู้นับถือศาสนากลุ่มน้อยที่หนีภัยคุกคามมาจากบ้านเกิดหรือเฉพาะผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม จนกว่าสหรัฐฯ จะมีมาตรการคัดกรองที่รัดกุมยิ่งกว่านี้

ผู้ช่วยในทำเนียบขาวและคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ระบุด้วยว่า พลเมือง 7 ประเทศที่จะสหรัฐฯ จะงดออกวีซ่าให้ ได้แก่ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน

ทวีตของผู้นำสหรัฐฯ เมื่อค่ำวันอังคาร (24) ระบุว่า “พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ในด้านความมั่นคงของชาติ นอกเหนือจากอะไรหลายๆ อย่างแล้ว เราก็จะสร้างกำแพงด้วย!”

สำหรับมาตรการป้องกันพรมแดนนั้น ทรัมป์อาจจะสั่งให้เริ่มก่อกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก รวมถึงนโยบายอื่นๆ ที่จะช่วยลดจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายในสหรัฐฯ

สตีเฟน เลกอมสกี อดีตที่ปรึกษาสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (US Citizenship and Immigration Services) ในรัฐบาล บารัค โอบามา ระบุว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะจำกัดการรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ หรืองดออกวีซ่าให้แก่พลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง หากเห็นว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

“ในทางกฎหมายเขามีสิทธิ์ทำได้แน่นอน… แต่ในเชิงนโยบายอาจเป็นแนวคิดที่แย่ไปสักหน่อย เนื่องจากผู้ลี้ภัยกำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน” เลกอมสกี ซึ่งเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตันในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ระบุ

ระหว่างเดินสายหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์เคยประกาศจะห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่อปกป้องชาวอเมริกันจากการโจมตีของพวกนักรบ

อย่างไรก็ดี ทั้งทรัมป์ และ ส.ว.เจฟฟ์ เซสชันส์ ซึ่งถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ได้ชี้แจงภายหลังว่า รัฐบาลจะใช้วิธีสกัดกั้นผู้อพยพจากประเทศที่มีแนวโน้มเป็นภัยคุกคาม แทนที่จะแบนผู้นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่โอบามารับผู้อพยพชาวซีเรียเข้ามายังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ด้วยข้ออ้างว่าจะเป็นการเปิดช่องให้คนร้ายแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในประเทศ

ฮิโรชิ โมโตมุระ ผู้เชี่ยวชาญด้านคนเข้าเมืองจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส (UCLA) ระบุว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของ ทรัมป์ สามารถอ้างได้ว่ารัฐบาลกำลังกีดกันศาสนาใดศาสนาหนึ่งซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากพบว่าทุกประเทศที่ถูกแบนวีซ่าล้วนแต่เป็นชาติมุสลิม

ความคิดเห็น

comments

By admin