อิหร่านออกมาอ้างในวันจันทร์(6 กุมภาพันธ์)ว่าการยิงทดลองขีปนาวุธเมื่อเร็วๆนี้ไม่ได้เป็นความตั้งใจส่งสารถึงและทดสอบรัฐใหม่โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หลังอิหร่านถูกรัฐบาลทรัมป์ประกาศมาตรการใหม่ในการคว่ำบาตร
อิหร่านทดสอบขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทั้งที่เป็นข้อห้ามในข้อตกลงภายใน้ข้อตกลงกับเหล่าชาติมหาอำนาจในปี 2015 แลกกับการผ่อนปรนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ กระตุ้นให้รัฐบาลทรัมป์ออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่บางอย่างต่ออิหร่าน
บาห์รัม กาเซมี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทาสนิวส์ของทางการอิหร่านว่า “การทดสอบขีปนาวุธของอิหร่าน ไม่ได้เป็นการส่งสารถึงรัฐบาลใหม่สหรัฐฯ” เขากล่าว “ไม่มีความจำเป็นต้องทดสอบทรัมป์ เนื่องจากเราได้ยินมุมมองของเขาในประเด็นต่างๆในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เรารู้จักเขาเป็นอย่างดี”
อิหร่านยิงทดสอบขีปนาวุธหลายครั้งนับตั้งแต่ข้อตกลงในปี 2015 แม้การยิงดังกล่าวจะเป็นการละเมิดข้อตกลง และผลสรุปจากคณะผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติก็สรุปว่าการทดลองขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์เป็นการละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ แต่รัฐบาลโอบามา และชาติตะวันตกอื่นๆ ไม่สนใจรายงานดังกล่าวของเจ้าหน้าที่
ขณะที่การทดสอบล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ทรัมป์ เข้าสู่ทำเนียบขาว ขณะที่ ทรัมป์ กล่าวระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่าเขาจะหยุดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
กาเซมี บอกว่ารัฐบาลสหรัฐฯยังอยู่ในขั้นที่ไม่เสถียรและความเห็นต่างๆของทรัมป์ก็ขัดแย้งกัน “เรากำลังรอดูถึงแนวทางที่รัฐบาลสหรัฐฯจะดำเนินการในประเด็นระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อประเมินวิถีทางของพวกเขา”
ขณะที่ จิม แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเผยเมื่อวันเสาร์(4) เขากำลังพิจารณาเสริมกองกำลังอเมริกาในตะวันออกกลาง เพื่อจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของอิหร่านในการสนับสนุนการก่อการร้ายในภูมิภาค
ฮามิด อาบูตาลาบี หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ทวิตในวันจันทร์(6) ว่ารัฐบาลสหรัฐฯควรยับยั้งความตึงเครียดในภูมิภาคไม่ให้ลุกลามบานบาย ไม่ใช่ซ้ำเติมให้มันสาหัสขึ้นไปอีก
