หน่วยงานด้านวัฒนธรรมของสหประชาชาติ ได้มีความเห็นพ้องในมติที่มีผลต่อการครอบครองดินแดนเยรูซาเล็มของอิสราเอล ให้ถือเป็นโมฆะตามกฎหมายระหว่างประเทศ
อัล-ญะซีเราะห์รายงานว่า คณะกรรมการบริหารยูเนสโกได้มีความเห็นพ้องกันเกี่ยวกับการกระทำของอิสราเอลในการยึดครองดินแดนเยรูซาเล็ม และฉนวนกาซา ให้ถือเป็นโมฆะ ด้านแกนนำระดับสูงปาเลสไตน์ระบุถือเป็นความ “ก้าวไปข้างหน้า” และ “ชัยชนะของกฎหมายระหว่างประเทศ”
โฆษกของยูเนสโกแถลงเมื่อวันอังคาร(2 พฤษภาคม)ว่า คณะกรรมการบริหารยูเนสโกได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก 22 ประเทศ ในการประกาศอธิปไตรเหนือกรุงเยรูซาเล็ม และประกาศให้การยึดครองของอิสราเอลเหนือเยรูซาเล็มเป็นโมฆะ
โดยที่สหรัฐอเมริกา, เยอรมัน, อิตาลี และสมาชิกในขณะกรรมการบริหารยูเนสโกอีก 7 ชาติ ร่วมให้การสนับสนุนร่างมติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ Riyad Malki ได้แสดงความยินดีที่ผลของการสนับสนุนมติดังกล่าวพร้อมระบุว่าโลกเลือกที่จะ “ยืนอยู่เคียงข้างสิ่งที่ถูกต้องต่อหน้าความอยุติธรรมทางการเมือง และนโยบายนอกกฎหมายของอิสราเอล”
“เราจะปกป้องมรดก และวัฒนธรรมในอดีตของเรา และอนาคตของเรา” Malki กล่าว
“เราจะเผชิญหน้ากับการดำเนินการต่างๆ ทั้งหมดของการบิดเบือน และการทำลายล้าง ซึ่งนำโดยอิสราเอล ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศ และความตั้งใจของชาวปาเลสไตน์ เราต้องการที่จะสร้างอนาคตที่ปราศจากการยึดครอง” เขากล่าว
ร่างมติดังกล่าวได้รับการเสนอโดยแอลจีเรีย, อียิปต์, เลบานอน, โมร็อกโก, โอมาน, กาตาร์ และซูดาน
มติเรียกร้องให้อิสราเอลยุติ “อำนาจครอบครอง” และ “การขุดค้นอุโมงค์บริเวณมัสยิดอัล-อักศอ และการดำเนินการตามโครงการเยรูซาเล็มตะวันออก” ซึ่งชาวปาเลสไตน์ได้ประกาศเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต
มันยืนยันถึง “ความสำคัญของเมืองเก่าของกรุงเยรูซาเล็ม และกำแพงของศาสนาทั้งสาม” พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาอิสราเอลมีการกระทำที่มีเจตนา “เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ และสถานะของเมืองศักดิ์สิทธิ์”
เนื้อหาในมติของยูเนสโกยังระบุถึงการดำเนินการของอิสราเอลใช้ดินแดนฉนวนกาซาเป็นพื้นที่ปิดกั้นกลุ่มฮามาส
กระทรวงต่างประเทศของอิสราเอลได้เริ่มการวิพากษ์วิจารณ์ร่างมติของยูเนสโกก่อนที่จะมีการลงมติในวันอังคารโดยเรียกมตินี้ว่า “เป็นการดำเนินทางการเมืองของยูเนสโกโดยไม่จำเป็น”
“มติที่เสนอนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินการต่อกรุงเยรูซาเล็ม” กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
และยังข่มขู่การดำเนินการของยูเนสโกว่า “มตินี้รังแต่จะทำให้ความเกี่ยวข้องกับยูเนสโกเสื่อมโทรมลง”
ร่างมติที่ได้รับการเห็นพ้องจากสมาชิกนี้จะเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมของคณะกรรมการบริหารยูเนสโกในวันศุกร์(5)นี้ตามการเปิดเผยของโฆษกขององค์การยูเนสโก Roni Amelan
“เราเข้าใจดีว่าเรากำลังดิ้นรนต่อสู้กับอำนาจมหาศาลที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ และเรารู้ว่าความสำเร็จของเราจะเป็นการสะสมทีละขั้นตอนขึ้นไปทีละขั้น” Mustafa Barghouti แกนนำปาเลสไตน์กล่าว
“เรารู้ว่ามันจะไม่เปลี่ยนความเป็นจริงบนพื้นดินได้ทันที แต่นี่เป็นก้าวไปข้างหน้าอย่างแน่นอน”
ในปี 2554(2011) ชาวปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสมาชิกของยูเนสโกซึ่งทำให้สหรัฐบอยคอตองค์กรของสหประชาชาติแห่งนี้ด้วยการระงับการชำระเงินให้กับองค์กร
การยึดครองของอิสราเอลในเขตเวสแบงก์รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออกและการปิดล้อมฉนวนกาซาถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
กลุ่มชาวยิวมากกว่าครึ่งล้านคนถูกนำเข้ามาอาศัยอยู่ตามนิคมต่างๆ ที่อิสราเอลสร้างขึ้นบนดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ทั้งในเยรูซาเล็มตะวันตก และตะวันออกตามรายงานขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอิสราเอล B’Tselem
โดยภายใต้การบริหารงานของนายเบนจามิน เนธันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ผลักดันให้มีการก่อสร้างบ้านชาวยิวจำนวนมากขึ้นถึงร้อยละ 23 ในดินแดนของเชาวปาเลสไตน์ ในช่วงระหว่างปี 2552 – 2557





