ทางการบาหลีสั่งอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากหมู่บ้านรอบๆ ภูเขาไฟอากุง (Agung) หลังตรวจพบแรงสั่นสะเทือนและมีควันพวยพุ่งออกจากปากปล่องภูเขาไฟในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยวันศุกร์ (22 กันยายน)

ทางการได้ยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟอากุงทางตะวันออกของเกาะบาหลีสู่ขั้นที่ 3 ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดเพียง 1 ขั้น และเตือนให้นักท่องเที่ยวรวมถึงชาวบ้านหลีกเลี่ยงการตั้งแคมป์หรือเดินป่าภายในรัศมี 6 กิโลเมตรรอบปากปล่องภูเขาไฟ

“เวลานี้กิจกรรมภูเขาไฟยังอยู่ในระดับสูง และมีสัญญาณบ่งบอกว่าแมกมากำลังเคลื่อนขึ้นสู่พื้นผิวโลก ซึ่งก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน” สุโตโป ปุรโว นูโกรโฮ หัวหน้าสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซียแถลง

“ประชาชนไม่ควรเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้นภายในรัศมีที่กำหนดไว้ เพราะอาจจะมีการปะทุเมื่อใดก็ได้”

ล่าสุด สนามบินนานาชาติบนเกาะบาหลียังคงเปิดให้เครื่องบินขึ้น-ลงได้ตามปกติ และยังไม่มีผลกระทบมากนักต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่าได้อพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยแล้วเกือบ 6,000 คน และคาดว่าจะต้องมีการอพยพเพิ่มอีก

ชาวบ้านบางคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านบนเชิงภูเขาไฟอากุงยังลังเลที่จะอพยพ และพากันจับกลุ่มสังเกตกิจกรรมบนปากปล่องภูเขาไฟซึ่งสูงเหนือระดับน้ำทะเลราว 3,000 เมตร ขณะที่อีกหลายคนเริ่มขนทรัพย์สินมีค่าขึ้นรถบรรทุกเพื่อย้ายออกจากพื้นที่

อินโดนีเซียตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก” (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น และกิจกรรมแผ่นดินไหว 90% ของโลกเกิดขึ้นบริเวณนี้

อินโดนีเซียยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่มีพลังเกือบ 130 ลูก มากกว่าประเทศใดๆ ในโลก

การระเบิดของภูเขาไฟอากุงในช่วงระหว่างปี 1963-64 คร่าชีวิตผู้คนในบาหลีไปกว่า 1,000 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อย

ความคิดเห็น

comments

By admin