แม้พม่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาคมโลกต่อเหตุการณ์การปราบปรามทางทหารที่เกิดขึ้นกับชาวมุสลิมโรฮิงญา แต่พม่ายังคงได้รับการสนับสนุนจากจีนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความช่วยเหลือที่ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่สามารถออกมติในกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาได้ ในขณะที่จีนเดินหน้าทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงการท่าเรือ ท่อส่งน้ำมันและก๊าซในรัฐแห่งนี้

AFP รายงานว่าโรฮิงญาเกือบครึ่งล้านคนได้หลบหนีการปราบปรามรุนแรงของทหารพม่าข้ามแดนไปฝั่งบังกลาเทศในช่วงเดือนที่ผ่านมา ที่เลขาธิการสหประชาชาติเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเรียกว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่ค่าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติระบุว่าเป็นภาคปฎิบัติของทฤษฎีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

แต่สำหรับจีนซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกลับมีท่าทีแตกต่างไปจากประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่ พร้อมประกาศชัดเจนในการสนับสนุนปฎิบัติการทางรัฐบาลพม่า

“เราคิดว่าประชาคมโลกควรสนับสนุนความพยายามของพม่าในการรักษาเสถียรภาพการพัฒนาประเทศ” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าว

การสนับสนุนดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่คาดไม่ถึงจากเม็ดเงินมหาศาลที่จีนทุ่มลงในพื้นที่ยะไข่ของพม่าที่มีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ยุคการปกครองของรัฐบาลทหารพม่าที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร

และแม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ได้ถูกยกเลิกไปในปี 2557 หลังพม่าจัดการเลือกตั้งตามตามที่ชาติตะวันตกต้องการ แต่สิ่งดังกล่าวแทบไม่มีความหมายใดๆ กับรัฐบาลจีน

ในช่วงที่นานาชาติบอยคอตพม่าแต่ระหว่างปี 2531 ถึงปี 2557 จีนกลับทุ่มงบลงทุนในพม่ามากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ตามการรายงานของสำนักข่าวซินหวาของทางการจีน โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในภาคส่วนการทำเหมือง และพลังงาน

“พวกเขามีโครงการทางเศรษฐกิจที่สำคัญอยู่จำนวนหนึ่งที่ดำเนินการกับรัฐบาลพม่า” โซฟี บัวส์โซ ดู รอแชร์ ผู้เชี่ยวชาญภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าว

โครงการทางเศรษฐกิจที่กล่าวข้างต้นรวมถึงโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ ในเมืองจอก์พยู ซึ่งอยู่ทางใต้ของจุดศูนย์กลางความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด ภายใต้การพัฒนาของกลุ่มการลงทุน CITIC ของจีน ซึ่งจีนได้ทุ่มเงินเข้าสู่รัฐที่เต็มไปด้วยเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่องแห่งนี้

ในเดือนเมษายน โครงการท่อส่งน้ำมันจากรัฐยะไข่สู่มณฑลหยุนหนานของจีน มูลค่า 2,450 ล้านดอลลาร์ ได้เปิดใช้งาน ท่อส่งน้ำมันที่เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับจีนที่จะน้ำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเข้าสู่ประเทศผ่านช่องทางดังกล่าว และในเดือนเดียวกันประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ยังได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดีถิ่น จอ ที่เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง

รัฐยะไข่ รัฐที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร ชายฝั่งทะเล และแหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง ต้องร้อนระอุจากความรุนแรงระหว่างชุมชนที่คุกรุ่นมานานหลายสิบปี ความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธยะไข่ที่กระทำต่อชาวโรฮิงญา ในระรอกล่าสุดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555

จากความรุนแรงล่าสุดที่บ้านเรือนของชาวโรฮิงญาถูกเผา ชาวโรฮิงญาครึ่งล้านถูกบีบให้หนีตายไปบังกลาเทศ ขณะที่ทางการพม่ากล่าวหาว่าชาวโรฮิงญาเผาบ้านตัวเองก่อนหลบหนีเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทางการพม่า กลับมีการประกาศจะใช้กฎหมายการจัดการภัยพิบัติในการเข้ายึดพื้นที่ของชาวโรฮิงญาทั้งหมดที่ถูกเผา โดยอ้างว่าจะเป็นการยึดพื้นที่เพื่อทำการฟื้นฟู

“ที่ดินไร้เจ้าของซึ่งเป็นผลจากการขับไล่โรฮิงญา อาจกลายเป็นประโยชน์ต่อทหาร และบทบาทของทหารในการนำการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วประเทศ ที่ดินกลายเป็นสิ่งที่มีค่าเนื่องจากโครงการของจีน” ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าว

รัฐบาลพม่าระบุว่า รัฐบาลจะจัดการที่ดินที่เสียหายจากเพลิงไหม้ทั้งหมดในรัฐยะไข่ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่ขึ้นใหม่ แต่ไม่มีการชี้แจงรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับแผนดังกล่าว และไม่เปิดเผยว่าจะให้ชาวโรฮิงญาได้กลับเข้ามาอาศัยในพื้นที่เดิมของตนหรือไม่

ความคิดเห็น

comments

By admin