หน่วยงานบรรเทาทุกข์กำลังอพยพทางการแพทย์เร่งด่วนต่อชาวซีเรียที่ป่วยหนักออกจากฆุตเฎาะห์ตะวันออก ซึ่งมีคนประมาณ 400,000 คนติดอยู่ในดินแดนที่ถูกปิดล้อมโดยระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ตั้งแต่ปี 2013

เด็ก ๆ มีปริมาณเกือบครึ่งของประชาชนชาวซีเรียที่เหลืออยู่ในดินแดนที่ถูกปิดล้อม ซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหาร

คณะกรรมการเสี้ยววงเดือนแดงสากล (ICRC) องค์กรเสี้ยววงเดือนซีเรีย และสมาคมแพทย์อเมริกัน-ซีเรีย (SAMS) เป็นหน่วยงานหลักในการอพยพที่เกิดขึ้น

Robert Mardini, ผู้อำนวยการภูมิภาคของ ICRC เขียน Twitter ว่า “เป็นการกระตุ้นต่อจุดเริ่มต้นของการช่วยชีวิต”

ICRC โพสต์รูปถ่ายบนสื่อสังคมออนไลน์ที่แสดงให้เห็นรถพยาบาล และเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในพื้นที่

SAMS กล่าวว่าการอพยพได้เริ่มขึ้นกับผู้ป่วยในภาวะวิกฤติอย่างน้อย 29 คน 4 คนถูกนำตัวไปรักษาตัวในดามัสกัสในวันพุธ ส่วนที่เหลือจะถูกพาออกไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“ผู้ป่วยหนักประกอบด้วยเด็ก 18 คนและผู้หญิง 4 คน ป่วยด้วยโรคหัวใจ, โรคมะเร็ง, ไตวาย และโรคเลือดที่ต้องใช้การผ่าตัดขั้นสูงซึ่งไม่สามารถกระทำได้ในพื้นที่ที่ถูกปิดล้อม” SAMS กล่าวเพิ่มเติมว่ามีผู้ป่วยทั้งหมด 641 ราย จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

แพทย์กำลังจัดสรรความช่วยเหลือ และผู้คนกำลังจะตายจากภาวะแทรกซ้อน จากผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยพื้นฐาน เช่นการล้างไต

“สถานการณ์ทางการแพทย์ ฆุตเฎาะห์ตะวันออก ได้ถึงจุดแตกหักเนื่องจากการล้อมอย่างต่อเนื่อง และการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีผู้ป่วยอย่างน้อย 17 รายเสียชีวิตในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้” SAMS กล่าว

ฆุตเฎาะห์ตะวันออกเป็นหนึ่งในดินแดนในข้อตกลงลดความรุนแรง ที่มีอิหร่าน รัสเซีย และตุรกี เป็นผู้รับประกันข้อตกลง แต่เวลาที่ผ่านไปทำให้ชาวซีเรียที่นี่ไม่ไว้วางใจข้อตกลงนี้ และความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาตอนนี้ก็ไม่มีสถานที่ใดปลอดภัยในประเทศของพวกเขา

Zeina Khodr ผู้สื่อข่าวอัลญะซีเราะห์รายงานจากกรุงเบรุตในเลบานอนประเทศเพื่อนบ้านของซีเรียว่าการอพยพผู้ป่วยหนัก 29 รายเป็น “การต้อนรับที่ยินดี แต่มันไม่เพียงพอ”

“นี่เป็นเพียงส่วนน้อยของผู้ที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน” เธอกล่าว

เมื่อเดือนที่แล้วสหประชาชาติเรียกร้องให้มีผู้ป่วยอย่างน้อย 500 คนที่ต้องการการรักษาพยาบาลเร่งด่วน ที่รอการได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากพื้นที่ที่ถูกล้อมรอบโดยระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด

รายงานของสหประชาชาติ และการสัมภาษณ์ของอัล-ญะซีเราะห์ ในฆุตเฎาะห์ตะวันออก ได้รับการยืนยันว่าชาวเมืองต้องดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้นเพื่อประทังความหิวโหย และลดการรับประทานอาหารเหลือเพียงวันละมื้อ

ระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด เคยยินยอมให้ความช่วยเหลือบางส่วนเข้าในพื้นที่ แต่สหประชาชาติกล่าวว่าระดับความช่วยเหลือในปัจจุบันครอบคลุมเพียงร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรที่ถูกปิดล้อม

ในปีนี้บาชาร์ อัล-อัสซาดได้อนุมัติเพียงร้อยละ 26 ของคำขอขององค์การสหประชาชาติในการส่งความช่วยเหลือในพื้นที่ถูกปิดล้อม และยังต้องยินยอมให้ระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด นำความช่วยเหลือออกจากรถบรรเทาทุกข์ได้

ชาวฆุตเฎาะห์ตะวันออกต้องรับประทานข้าวโพด, กะหล่ำปลี และกะหล่ำดอกต้ม เพราะขาดแคลนน้ำมันปรุงอาหารน้ำมันปรุงอาหาร และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ

ความขัดแย้งระหว่างซีเรียเริ่มต้นขึ้นเมื่อประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในเดือนมีนาคม 2011 และสถานการณ์ได้หลายเป็นสงครามกลางเมืองเมื่อระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้ใช้ความรุนแรงในการสังหารผู้ที่ออกมาประท้วง จนทำให้มีพลเรือนหลายแสนคนถูกฆ่าตาย ขณะที่ประชาชนครึ่งประเทศต้องการเป็นคนผู้อพยพละทิ้งบ้านเรือนของตนเองเพื่อเอาชีวิตรอดจากความรุนแรงในประเทศ

ที่มา อัล-ญะซีเราะห์

ความคิดเห็น

comments

By admin