ชาวอิตาลีฝ่าอากาศหนาวเข้าคูหาเลือกตั้ังในวันอาทิตย์ (4 มีนาคม) ท่ามกลางความไม่พอใจกับภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ อัตราว่างงานสูง และปัญหาผู้อพยพ โดยมีแนวโน้มว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด แต่กลุ่มพันธมิตรฝ่ายชาตินิยมของอดีตนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ เบอร์ลุคโคนี ที่มีนโยบายต่อต้านผู้อพยพมีแนวโน้มกวาดที่นั่งในสภาได้มากที่สุด
โพลหลายสำนักคาดว่า พรรคไฟว์-สตาร์ มูฟเมนต์ เป็นอีกพรรคที่มีโอกาสเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง จากความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อการคอร์รัปชั่น และปัญหาความยากจนที่รุนแรงขึ้น
ขณะที่พรรคเดโมเครติก ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและมีแนวทางกลาง-ซ้าย น่าจะได้คะแนนเป็นอันดับ 3
ลอเรนโซ เปรกลิอัสโก ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจัดทำโพลล์ ยูเทรนด์ มองว่า ไฟว์-สตาร์มาแรงช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง แต่ก็ยากที่จะมีพรรคที่ได้คะแนนถึง 40% เพื่อจัดตั้งรัฐบาล
อิตาลี ประเทศเศรษฐกิจอันดับ 3 ในยูโรโซน กำลังมีปัญหาหนี้และแม้นักลงทุนมองแง่บวกกับการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้ออาจกระตุ้นแนวโน้มความไร้เสถียรภาพในตลาดให้กลับมาอีกครั้ง
คูหาเลือกตั้งของอิตาลีมีกำหนดปิดรับบัตรเวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (5.00 น. วันจันทร์ตามเวลาไทย) ซึ่งเอ็กซิตโพลล์จะออกมาหลังจากนั้นทันที แต่กฎหมายการเลือกตั้งใหม่ที่ซับซ้อนทำให้ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการอาจต้องรอจนถึงคืนวันจันทร์
การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสในการหวนคืนแวดวงการเมืองของเบอร์ลุสโคนี เจ้าพ่อสื่อสารวัย 81 ปี ที่ถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2011 ขณะที่วิกฤตหนี้สาธารณะของอิตาลีลุกลามรุนแรงที่สุด และตัวเขาเองต้องเผชิญเรื่องอื้อฉาวทางเพศ การฟ้องร้อง และปัญหาสุขภาพ
การถูกพิพากษาความผิดในคดีโกงภาษีปี 2013 ทำให้เบอร์ลุสโคนีไม่สามารถรับตำแหน่งทางการเมืองได้ ดังนั้น เขาจึงวางตัวแอนโทนิโอ ทาจานี ประธานสภายุโรป เป็นแคนดิเดตนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแทน
ประวัติที่ไม่หวือหวาของทาจานีอาจช่วยคลายกังวลของยุโรปเกี่ยวกับพันธมิตรแนวประชานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เดอะลีก” ที่ผู้นำคือ มัตเทโอ ซาลวินี ให้สัญญาเนรเทศผู้อพยพทางเรือ 600,000 คนที่เดินทางถึงอิตาลีในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
สำนักจัดทำโพลล์บางแห่งระบุว่า “เดอะลีก” อาจมีคะแนนสูสีกับ “ฟอร์ซา อิตาเลีย” (โก อิตาลี!) ของเบอร์ลุสโคนี
ทั้งนี้ พรรคการเมืองแนวประชานิยมได้รับความนิยมอย่างชัดเจนนับจากวิกฤตการเงินปี 2008 ขณะที่พรรคการเมืองกระแสหลักในอิตาลีประสบปัญหาในการรับมือกับความโกรธแค้นของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในจังหวะที่เศรษฐกิจมีขนาดเล็กกว่าเมื่อทศวรรษที่แล้วถึง 6% และอัตราว่างงานยังคงสูงถึง 11%
ไฟว์-สตาร์ที่นำโดยลุยจิ ดิ-มาโย วัย 31 ปี ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการโหนกระแสความไม่พอใจในพื้นที่ภาคใต้ที่มีการพัฒนาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เขายังให้สัญญาว่า จะกำหนดรายได้พื้นฐาน 780 ยูโร (960 ดอลลาร์) สำหรับคนจน
เปรกลิอัสโกเสริมว่า ประชาชนบางส่วนทั้งไม่พอใจและไม่ไว้ใจ ซึ่งเป็นไปได้ว่า คนเหล่านี้อาจเลือกไม่ไปลงคะแนน หรือโหวตให้ ไฟว์-สตาร์ หรือเดอะ ลีก แทนที่จะกาบัตรเลือกพรรครัฐบาล
ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์มองว่า อิตาลีอาจไม่สามารถใช้ระบบการรับประกันรายได้พื้นฐาน อย่างไรก็ดี คำสัญญามากมายในการหาเสียงมีแนวโน้มหมดความสำคัญทันที หากเกิดภาวะ “สภาแขวน” และพรรคต่างๆ ตกลงแบ่งสันปันส่วนอำนาจกัน
แม้ผู้นำพรรคทั้งหมดประกาศจะไม่จับมือกับศัตรู แต่อิตาลีนั้นมีประวัติยาวนานเรื่องการหาทางออกจากการคุมเชิงทางการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน
แต่ถ้าเป็นอย่างที่คาดคือไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าที่จะตกลงฟอร์มรัฐบาลสำเร็จ
ประธานาธิบดีเซอร์จิโอ มัตตาเรลลา ไม่สามารถเริ่มการหารือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ จนกว่ารัฐสภาชุดใหม่จะเข้าประชุมในวันที่ 23 เดือนนี้ และนายกรัฐมนตรีคนใหม่จำเป็นต้องได้คะแนนความไว้วางใจในทั้งสองสภาก่อนเข้ารับตำแหน่ง
https://www.youtube.com/watch?v=kHXOKtjbaEI
