กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ใช้โดรนเป็นเครื่องมือในการปล่อยถังแก๊สน้ำตาโจมตีเข้าใส่พลเรือนชาวปาเลสไตน์ที่ไม่มีอาวุธของปาเลสไตน์ฉนวนกาซา ในวันศุกร์ที่(29 มีนาคม)ผ่านมา ขณะที่ชาวปาเลสไตน์นับหมื่นคนรวมตัวกัน 5 จุดตามแนวพรมแดนด้านตะวันออกของฉนวนกาซาติดกับดินแดนที่ถูกยึดครองโดยอิสราเอล ซึ่งกองทัพอิสราเอลสั่งใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่ชาวปาเลสไตน์ที่เข้าร่วมการชุมนุน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และกว่า 1,400 คนบาดเจ็บ ในการชุมนุมครบรอบ 42 ปีที่อิสราเอลเริ่มปฎิบัติการในการยึดครองดินแดนของชาวปาเลสไตน์
โดรนบินอยู่ในระดับสูงจากพื้นเพียง 10 ถึง 20 เมตร และทิ้งถังแก๊สน้ำตาเข้าใส่พลเรือนที่ร่วมชุมนุม โดยผู้เห็นเหตุการบอกว่า ในการเข้ามาของโดรนแต่ละครั้ง มีการนำแก๊สน้ำตาราว 20 ลูกเข้ามาใช้ในการโจมตี
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นการใช้โดรนเช่นนี้” Rami Abu Dalal บอก MEMO “เรามาที่นี่หลายครั้งตั้งแต่การตัดสินใจของทรัมป์ เกี่ยวกับเยรูซาเล็ม” เขาอธิบายว่าเขาถูกยิงที่ขาของเขาด้วยกระสุนปืนเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน แต่ยืนยันว่าครอบครัวของเขาต้องเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในครั้งนี้
โฆษกของตำรวจอิสราเอล Micky Rosenfeld กล่าวว่า “การใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อหย่อนแก๊สน้ำตาโจมตีชาวปาเลสไตน์เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของอิสราเอล”

