เจ้าชายมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ออกมาตอบโต้กรณีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมากล่าวในทำนองเรียกค่าคุ้มครองจากซาอุดิอาระเบีย โดยขู่ว่าหากไม่มีทหารสหรัฐฯหนุนราชวงศ์ซาอุฯ จะล่มใน 2 สัปดาห์ ดังนั้นซาอุฯ ต้องจ่ายเพื่อแลกกับสิ่งนี้ แต่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าราชอาณาจักรไม่เคยรับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ ฟรีๆ
ในบทสัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เจ้าชายมูฮัมหมัด กล่าวว่า “จริงๆ แล้วเราจะไม่จ่ายอะไรเพื่อความปลอดภัยของเรา”
พร้อมระบุอีกว่า ราชอาณาจักรต้องจ่ายสำหรับอุปกรณ์ทางทหารทั้งหมดจากสหรัฐฯ
“อาวุธทั้งหมดที่เราได้จากสหรัฐอเมริกา เราจ่ายเงินเพื่อซื้อ ไม่ใช่อาวุธฟรี” เจ้าชายมูฮัมหมัด กล่าวย้ำ
“นับตั้งแต่ซาอุดีอาระเบียเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา เราก็ซื้อทุกอย่างมาด้วยเงินทั้งนั้น” เจ้าชายกว่า
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวต่อบรรดาผู้สนับสนุนที่รัฐมิสซิสซิปปีว่า “สำหรับประเทศร่ำรวยอย่างซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เราจะไปช่วยอุดหนุนกองทัพพวกเขาเพื่ออะไรกัน”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ได้บอกกับกษัตริย์ซัลมานว่าสหรัฐให้ความคุ้มครองท่านอยู่ และท่านอาจอยู่ในอำนาจได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์หากไม่มีสหรัฐ ดังนั้นซาอุฯ จึงควรต้อง”จ่ายค่าความคุ้มครองนี้”
“พวกเขาต้องจ่ายเงินให้เรา แต่ปัญหาก็คือไม่เคยมีใครทวงสักที” ทรัมป์ กล่าวอ้าง
เจ้าชายโมฮัมเหม็ดยังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ กับสหรัฐฯ ยังคงแข็งแรง
“คุณต้องเข้าใจว่าเพื่อนอาจจะพูดในสิ่งที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง ไม่มีเพื่อนคนไหนพูดถึงคุณในแง่ดี 100 เปอร์เซ็นต์หรอก”
“บางครั้งเพื่อนก็อาจจะเข้าใจผิดกันได้ ซึ่งเรามองว่าเรื่องนี้ก็อยู่ในข่ายนั้น” เจ้าชายมูฮัมหมัดกล่าว
โดยทรัมป์ ออกมาเรียกค่าคุ้มครองดังกล่าวหลังจากโทรศัพท์เรียกร้องให้กษัตริย์ซาอุฯ เพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยน้ำมันจากอิหร่านที่จะหายไปจากตลาดที่เป็นผลจากการบอยคอต เจ้าชายซาอุฯ ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “ราคาน้ำมันจะต่ำ หรือสูง ขึ้นอยู่กับกลไกลตลาด ความต้องการของผู้ซื้อ และปริมาณการผลิตของผู้ขาย”
เจ้าชายบอกว่าปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมัน 700,000 บาร์เรลที่หายไปจากตลาดของอิหร่าน เพราะเรามีการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชดเชยส่วนนี้ถึง 1.5 ล้านบาร์เรล แต่ปัญหาเกิดจากปัญหาใน Canada, Mexico, Libya, Venezuela และ อื่นๆ แต่ไม่ใช่อิหร่านแน่นอน
ที่มา อาหรับนิวส์
