กองกำลังความมั่นคงอินโดนีเซียพบศพแรงงานก่อสร้าง 16 ศพที่ถูกกบฏแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดปาปัวฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเมื่อวันอาทิตย์ (2 ธันวาคม) นับเป็นเหตุรุนแรงซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายปี
กองทัพอินโดนีเซียแถลงวันพฤหัสบดี (6) ว่า ทหารจะลำเลียงศพคนงานทั้ง 16 คนออกจากเขตเอ็นดูกา (Nduga) ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการสังหารหมู่ ออกมายังเมืองติมิกา (Timika)
“เราพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 16 ศพ ตามข้อมูลล่าสุด” บินซาร์ ปันไจตัน ผู้บัญชาการทหารในจังหวัดปาปัวกล่าวในการสัมภาษณ์
ทางการยังไม่เปิดเผยรายชื่อของผู้เสียชีวิต ขณะที่กองทัพก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าคนเหล่านี้ถูกสังหารอย่างไร แต่จากปากคำของพยานผู้รอดชีวิตเชื่อว่ามีคนงานก่อสร้างถูกสังหารไปไม่น้อยกว่า 19 คน ทั้งจากการถูกยิงและฆ่าปาดคอ
สื่อท้องถิ่นรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้ระหว่าง 24-31 ราย
กองทัพอินโดนีเซียย้ำว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นแรงงานของบริษัท อิสตากา การ์ยา ซึ่งเป็นรัฐวิสากิจที่เข้าไปก่อสร้างสะพานและถนนในจังหวัดปาปัวหรือไม่
เจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชน 15 คน ซึ่งรวมถึงพนักงานของ อิสตากา การ์ยา อีก 7 คนออกจากพื้นที่หลังเกิดเหตุโจมตีขึ้น
จังหวัดปาปัวมีพรมแดนติดกับประเทศปาปัวนิวกินีซึ่งเป็นประเทศเอกราช กลุ่มกบฎปาปัวอ้างว่างานก่อสร้างสาธารณูปโภคมีจุดประสงค์เพื่อให้รัฐสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้ง่ายขึ้น แต่ทว่าทางการพยายามปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ให้มีความเจริญทัดเทียมพื้นที่อื่นของประเทศ
ตำรวจและทหาร 150 นายถูกส่งเข้าไปปฏิบัติภารกิจไล่ล่าพวกกบฏที่ก่ออาชญากรรมสังหารหมู่คนงานตั้งแต่วันจันทร์ (3) แต่ถูกกบฏซุ่มโจมตีจนมีทหารเสียชีวิตไป 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย
กองทัพอ้างคำบอกเล่าจากผู้รอดชีวิตที่ใช้ชื่อย่อว่า ‘JA’ ซึ่งระบุว่า มีกบฏประมาณ 50 คนบุกเข้าไปในแคมป์คนงานเมื่อวันเสาร์ (1) และจับพวกคนงานมัดมือไพล่หลังก่อนจะบังคับจับตัวไป
วันต่อมากบฏได้สังหารคนงานกลุ่มหนึ่งทิ้ง ส่วนที่เหลือพยายามหลบหนี แต่ถูกจับตัวกลับไปได้ 6 คนและโดนฆ่าปาดคอ รวมจำนวนผู้ถูกฆ่าไม่น้อยกว่า 19 คน
เฟซบุ๊กของกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติปาปัวตะวันตก (TPNPB) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดน ระบุว่า กบฏกลุ่มนี้สังหารคนงานไป 24 คนตามคำสั่งของ เอเกียนัส โคโกยา ซึ่งเป็นหัวหน้ากองกำลังในภูมิภาค
เกาะปาปัวประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากเจ้าอาณานิคมดัตช์ในปี 1961 ต่อมาอินโดนีเซียได้เข้าผนวกดินแดนครึ่งหนึ่งของเกาะเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซียในปี 1969 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามผลการลงประชามติของประชาชนในพื้นที่ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุน
