ชาวอัฟกันออกมาประท้วง รัฐบาลตอลิบานขู่จะทบทวนนโยบายต่อสหรัฐอเมริกา หลังโจ ไบเดน ประกาศจะคืนเงินทุนสำรองอัฟกันเพียงครึ่งเดียว จากทั้งหมด 7,000 ล้านดอลลาร์ที่ธนาคารกลางอัฟกานิสถานฝากไว้กับระบบธนาคารสหรัฐฯ โดยจะเอาเงิน 3,500 ล้านของชาวอัฟกันไปให้กับเหยือ 9/11 ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐที่จะมีขึ้นในสิ้นปีนี้

วันศุกร์ที่ (11 ก.พ.) ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศจะนำเงินของอัฟกานิสถานทั้งประเทศ 3,500 ล้านดอลลาร์ไปเข้ากองทุนทรัสต์ที่จะจัดตั้งขึ้นสำหรับมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อพลเมืองอัฟกันที่เดือดร้อน ส่วนที่เหลือจะยังคงอายัดไว้เพื่อเป็น “เงินเยียวยา” ให้กับชาวอเมริกันผู้สูญเสียจากเหตุวินาศกรรมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ปี 2001

“ถ้าสหรัฐฯ ยังไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนนี้ และยังคงกระทำการยั่วยุต่อไป เอมิเรตอิสลามอัฟกานิสถานก็จำเป็นที่จะต้องทบทวนนโยบายต่อพวกเขา” โฆษกตอลิบานระบุในถ้อยแถลงเมื่อวันจันทร์ (14 ก.พ.)

“เอมิเรตอิสลามอัฟกานิสถานขอคัดค้านอย่างแข็งกร้าวต่อการกระทำที่ไม่สมควรของประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิของชาวอัฟกันทุกคน”

รัฐบาลตอลิบานย้ำว่า “เหตุวินาศกรรม 9/11 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวอัฟกันเลยแม้แต่น้อย” และสหรัฐฯ จะต้องเผชิญ “เสียงประณามจากนานาชาติ” อีกทั้งสูญเสียความสัมพันธ์อันดีกับชาวอัฟกัน หากยังไม่ล้มเลิกแผนการอายัดเงิน

สื่อ RTA ของรัฐบาลอัฟกันได้ไปสัมภาษณ์ มุลเลาะห์ ยะกูบ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม และบุตรชายของ มุลเลาะห์ โอมาร์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มตอลิบาน ซึ่งเขาบอกว่าการตัดสินใจของ ไบเดน “โหดร้ายป่าเถื่อน” และย้ำเช่นกันว่าไม่มีชาวอัฟกันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 9/11 แม้แต่คนเดียว

มุลเลาะห์ โอมาร์ ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของตอลิบานในขณะนั้น ปฏิเสธที่จะส่งตัว บินลาดิน ให้แก่สหรัฐฯ จนทำให้ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชเซ็นคำสั่งส่งทหารบุกอัฟกานิสถานในวันที่ 7 ตุลาคม 2001

การยึดครองอัฟกานิสถานของสหรัฐอเมริกาที่ยืดเยื้อมานาน 20 ปี จบลงด้วยการที่สหรัฐฯ และกองกำลังนานาชาติยอมถอนทหารทั้งหมดออกไปจากประเทศแห่งนี้เมื่อปลายเดือน ส.ค. ปี 2021 และเปิดทางให้ตอลิบานได้กลับเข้าสู่อำนาจจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารอีกครั้ง

ความคิดเห็น

comments

By admin