ชาวปาเลสไตน์เรียกข้อเสนอของสหราชอาณาจักรในการย้ายสถานทูตจากเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเล็มว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง”
saudigazette รายงานว่านายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษ Liz Truss ได้บอกเรื่องดังกล่าวกับ Yair Lapid รัฐมนตรีอิสราเอล เกี่ยวกับในขณะที่อยู่ที่สหประชาชาติ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก โดยการเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเยรูซาเลมในปี 2018 สร้างความไม่พอใจทั่วโลกอาหรับ
Lapid ทวีตขอบคุณ Truss สำหรับ “การพิจารณาในเชิงบวก” เขาอธิบายว่า Truss เป็น “เพื่อนที่ดี” ของเขา โดยเขียนเป็นภาษาฮีบรูหลังจากที่ทั้งคู่พบกันระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก
เจ้าหน้าที่ของอังกฤษกล่าวว่าพวกเขาจะไม่คาดเดาถึงผลลัพธ์ โดยเสริมว่า Truss ตระหนักถึงความอ่อนไหวและความสำคัญของที่ตั้งของสถานทูตอังกฤษในอิสราเอล
สถานะของกรุงเยรูซาเลมเป็นหนึ่งในปัญหาที่ยุ่งยากที่สุดในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ
อิสราเอลอ้างว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงนิรันดร์ที่ไม่มีการแบ่งแยก ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ชี้ว่าทางตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคต
เยรูซาเลมตะวันออก พร้อมด้วยเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา ถูกอิสราเอลยึดครองจากจอร์แดนและอียิปต์ในสงครามตะวันออกกลางปี 1967 และนับแต่นั้นมานานาชาติเรียกดินแดนส่วนนี้ว่าเป็นดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง
บน Twitter เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำสหราชอาณาจักร Husam Zomlot ระบุว่า “มันแย่มาก” ที่ นาง Truss ใช้การปรากฏตัวครั้งแรกของเธอที่ UN ในฐานะนายกรัฐมนตรีเพื่อ “มุ่งมั่นที่จะละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”
เขากล่าวว่าการย้ายสถานทูตใดๆ จะเป็น “การละเมิดอย่างโจ่งแจ้ง” ต่อ “ความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร” ซึ่งบ่อนทำลายการแก้ปัญหาสองรัฐของรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระเคียงคู่กัน
“คำมั่นสัญญานั้นผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย และขาดความรับผิดชอบ!” เขาระบุ
จนถึงขณะนี้ สหราชอาณาจักร ยังคงดำเนินการเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ ในการตั้งสถานเอกอัครราชทูตของตนในเทลอาวีฟ แทนที่จะอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มตามความต้องการของอิสราเอล โดยอ้างว่าสถานทูตควรย้ายไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์หลังจากข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์
แต่กระนั้นปัจจุบันสหราชอาณาจักรมีสถานกงสุลในเยรูซาเล็มตะวันออก
นาง Truss ได้เสนอแนวคิดในการย้ายสถานทูตในระหว่างการรณรงค์หาเสียงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมครั้งล่าสุด
เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศยอมรับกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ซึ่งปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาระหว่างหาเสียง นำไปสู่การประณามจากนานาชาติ นอกจากนี้ยังนำไปสู่ความรุนแรงที่ลุกโชนขึ้นซึ่งชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนถูกกองกำลังอิสราเอลสังหาร
ในขณะนั้น นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เทเรซา เมย์ วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของสหรัฐฯ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ประเทศที่ทำตามตัวอย่างของทรัมป์ด้วยการย้ายสถานทูตจากเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ได้แก่ ฮอนดูรัส กัวเตมาลา และโคโซโว
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นสัญญาในการแก้ปัญหาสองรัฐเคียงคู่กันตามแนวทางสหประชาชาติ แต่เขาไม่ได้ยกเลิกการยอมรับให้กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล
