เมื่อวันอังคาร(28 พฤศจิกายน) กษัตริย์อับดุลลอห์ที่ 2 ของจอร์แดน ย้ำอีกครั้งว่าประเทศของเขาปฏิเสธความพยายามที่จะแยกเวสต์แบงก์ออกจากฉนวนกาซา ตามรายงานของสำนักข่าว Anadolu รายงาน
ในข้อความที่ส่งถึงหัวหน้าคณะกรรมการว่าด้วยการใช้สิทธิที่ยึดครองไม่ได้ของชาวปาเลสไตน์ (CEIRPP) กษัตริย์อับดุลลอห์ที่ 2 ทรงยืนยันว่าทั้งเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาเป็น “ส่วนขยายของรัฐปาเลสไตน์”
“ค่านิยมของศาสนาทุกศาสนาและค่านิยมมนุษย์ทั่วไปของเราปฏิเสธการสังหารพลเรือน” เขากล่าวเสริม ตามคำกล่าวของราชสำนักจอร์แดน
เขาตั้งข้อสังเกต:
การรุกรานของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และจะจุดชนวนให้เกิดความรุนแรงและการทำลายล้างที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคและทั่วโลก
วันสากลแห่งความเป็นปึกแผ่นกับประชาชนปาเลสไตน์ “เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษที่เรียกร้องให้ทั้งโลกดำเนินการเพื่อหยุดสงครามและบังคับให้อิสราเอลยกเลิกการปิดล้อมฉนวนกาซา” กษัตริย์กล่าวเสริม
กษัตริย์ยังย้ำถึงข้อปฏิเสธของจอร์แดนด้วยการที่อิสราเอล
การยึดครองฉนวนกาซาอีกครั้งหรือสร้างเขตกันชนในฉนวนกาซา และแยกเวสต์แบงก์ออกจากฉนวนกาซา
ชาวปาเลสไตน์และผู้สนับสนุนของพวกเขาทั่วโลกจะเฉลิมฉลองวันแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันสากลกับชาวปาเลสไตน์ในวันพุธ
วันนี้ถือเป็นมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อปี 1947 ที่ให้แบ่งดินแดนของชาวปาเลสไตน์ออกเป็นรัฐ “อาหรับ” และ “ยิว”
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาภายหลังการโจมตีข้ามพรมแดนโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 15,000 ราย รวมถึงเด็ก 6,150 ราย และผู้หญิง 4,000 ราย ตามการระบุของหน่วยงานสาธารณสุขในดินแดนที่ถูกปิดล้อม
ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการของอิสราเอลอยู่ที่ 1,200 ราย
