มัลดีฟส์ประกาศเมื่อวันอังคารว่าได้ยื่นคำประกาศต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่ออิสราเอลที่ก่อเหตุสังหารหมู่ในฉนวนกาซา ตามรายงานของสำนักข่าว Anadolu
ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ โมฮัมเหม็ด มูอิซซู กล่าวในโพสต์บน X ว่า “มัลดีฟส์ได้ยื่นคำประกาศการแทรกแซงตามมาตรา 63 ของธรรมนูญ CIJ_IC ตามอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา (แอฟริกาใต้กับอิสราเอล)
“อิสราเอลต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายในฉนวนกาซา หลักนิติธรรมต้องได้รับการปกป้อง และอิสราเอลต้องยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์” เขากล่าวเสริม
มัลดีฟส์จะยืนหยัดเคียงข้าง “มนุษยธรรม สันติภาพ และความยุติธรรมเสมอ และด้วยเหตุนี้ เราจะยังคงยืนหยัดเคียงข้างชาวปาเลสไตน์ต่อไป”
ผู้นำมัลดีฟส์กล่าวต่อไปว่าปาเลสไตน์ “ต้อง” ได้รับการยอมรับและสถาปนาขึ้นตามพรมแดนก่อนปี 1967 โดยมีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง
ก่อนหน้านี้แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องต่อศาลในกรุงเฮกเมื่อปลายปี 2023 โดยกล่าวหาว่าอิสราเอลซึ่งได้ทิ้งระเบิดกาซามาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ไม่รักษาพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948
ศาลสูงสุดของสหประชาชาติสั่งให้อิสราเอลหยุดการโจมตีในเมืองเราะฟะห์ทางตอนใต้ของกาซาในเดือนพฤษภาคม นับเป็นครั้งที่สามที่คณะผู้พิพากษา 15 คนออกคำสั่งเบื้องต้นเพื่อพยายามหยุดยั้งจำนวนผู้เสียชีวิต และบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมในเขตที่ถูกปิดล้อม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 41,600 คน
หลายประเทศเข้าร่วมในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่ออิสราเอลที่ศาล ICJ รวมถึงตุรกี นิการากัว ปาเลสไตน์ สเปน เม็กซิโก ลิเบีย และโคลอมเบีย ศาลเริ่มการไต่สวนสาธารณะในเดือนมกราคม
ทั้งนี้การพิจารณาคดีดังกล่าวในศาลยังคงเดินหน้าต่อไปท่ามกลางการโจมตีของอิสราเอลต่อดินแดนของชาวปาเลสไตน์ ทั้งในฉนวนกาซา และเวสต์แบงก์ รวมถึงในเลบานอน โดยไปสนใจต่อคำสั่งใดๆ ของศาล ICJ
