อิสราเอลปิดมัสยิดอิบราฮิมในเมืองเฮบรอนในเขตเวสต์แบงก์ไม่ให้ผู้นับถือศาสนาอิสลามเข้าละหมาดเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อให้ผู้ตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายสามารถเฉลิมฉลองเทศกาลซุกโคตของชาวยิวได้ ตามรายงานของสำนักข่าวอนาโดลู
Ghassan al-Rajabi ผู้อำนวยการมูลนิธิปาเลสไตน์ในเฮบรอนกล่าวกับสำนักข่าวอนาโดลูว่า “สถานที่ดังกล่าวจะยังคงปิดจนถึงวันอังคาร”
เขากล่าวว่าการปิดมัสยิดดังกล่าวเป็น “ส่วนหนึ่งของการแบ่งแยกเวลา และพื้นที่” ของสถานที่ดังกล่าวโดยอิสราเอล
Rajabi กล่าวว่าผู้ตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายของอิสราเอลยึดครองพื้นที่มากกว่าสองในสามของอาคารมัสยิดอย่างถาวรเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
“นี่เป็นความพยายามที่จะกำหนดความเป็นจริงใหม่ที่จะอนุญาตให้ผู้ตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างถาวร ในขณะที่ลิดรอนสิทธิทางศาสนาของชาวมุสลิม” เขากล่าวเสริม
มัสยิดอิบราฮิมตั้งอยู่ในเมืองเก่าเฮบรอนในเขตเวสต์แบงก์ทางตอนใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล มีผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายประมาณ 400 คนอาศัยอยู่ที่นั่น โดยมีทหารอิสราเอลประมาณ 1,500 นายคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้อาศัยชาวยิว
เชื่อกันว่ามัสยิดอิบราฮิมในเมืองเฮบรอนเป็นสถานที่สำคัญของทั้งชาวมุสลิมและชาวยิว เป็นสถานที่ฝังศพของนบีอิบรอฮีม อิสฮาก และยะกูบ
มัสยิดดังกล่าวถูกยิวยึดครองหลังจากที่บารุค โกลด์สเตน ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวหัวรุนแรง ก่อเหตุสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ 29 รายภายในมัสยิดเมื่อปี 1994 ทางการอิสราเอลฉวยโอกาสดังกล่าวแบ่งมัสยิดออกเป็นสอง โดยสองส่วนให้กับชาวยิว และหนึ่งส่วนสำหรับชาวมุสลิม






