หลังจากอิสราเอลก่อเหตุรุนแรงโจมตีชาวปาเลสไตน์ต่อเนื่อง ทั้งในเขตเวสต์แบงค์ และปาเลสไตน์ สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วหลายสิบคน บาดเจ็บหลายร้อยคน และการกระตุ้นความรุนแรงต่อเนื่องของรัฐบาลอิสราเอลที่เรียกร้องให้ประชาชนชาวยิวทุกคนพกปืนเมื่อต้องออกจากบ้าน ทำให้ความต้องการปืนในอิสราเอลพุ่งขึ้นถึง 4 เท่ากับช่วงปกติ

เจ้าของร้านขายปืนแห่งหนึ่งในกรุงเทลอาวีฟพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองไปจากชาวปาเลสไตน์เผยว่า ไม่มีลูกค้าคึกคักแบบนี้มานานแล้ว ครั้งหลังสุดที่ผู้คนแห่ซื้อปืนคือช่วงคริสต์ทศวรรษหลังปี 1970 คาดว่าความต้องการซื้อปืนจะเพิ่มจากปกติถึง 4 เท่า จึงต้องจำกัดให้ลูกค้าซื้อได้ไม่เกินคนละ 2 กระบอกโดยจะให้สิทธิแก่ลูกค้าผู้หญิงก่อน รุ่นยอดนิยมราคาตกอยู่ที่ 2,000-4,000 เชเกล (ราว 18,356-36,710 บาท) และจะไม่คิดค่าสอนใช้ปืนเพราะต้องการมีส่วนร่วมกับนโยบายของรัฐบาลอิสราเอล ในการเตรียมพร้อมปะทะกับชาวปาเลสไตน์

กฎหมายอิสราเอลอนุญาตให้พลเรือนพกปืนได้เฉพาะผู้อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ยึดครองจากชาวปาเลสไตน์ เช่น นิคมชาวยิวที่บุกรุกเข้าไปตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์และนครเยรูซาเล็มของชาวปาเลสไตน์ ปัจจุบันชาวอิสราเอลมีใบอนุญาตพกปืนประมาณ 260,000 คน จากประชากรทั้งหมด 8.5 ล้านคน แต่ในช่วง 10 วันมานี้กระทรวงความมั่นคงสาธารณะเผยว่า มีผู้ยื่นขอใบอนุญาตพกปืนเพิ่มขึ้นมากหลังจากทางการขอให้ประชาชนเตรียมพร้อม โดยขอให้ผู้มีใบอนุญาตพกปืนไว้กับตัวและแสดงให้เห็นชัดเจน ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอให้พกปืนเช่นกัน ไม่ทิ้งไว้ที่ทำงานเหมือนที่เคยปฏิบัติมา อย่างไรก็ดี มีผู้คัดค้านนโยบายนี้ว่า จะก่อผลเสียในระยะยาวเพราะไม่รู้ว่าพลเรือนที่พกปืนจะกลายเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่

ความคิดเห็น

comments

By admin