ประชาชนกว่า 16,000 คนถูกทำให้ไร้ที่อยู่อาศัยในเมืองอเลปโปของซีเรียจากการโจมตีอย่างหนักของเครื่องบินรบบาชาร์ อัล-อัสซาด และเครื่องบินรบรัสเซียต่อพื้นพลเรือน ตามการเปิดเผยของหัวหน้าหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและผู้ประสานงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ สตีเฟน โอไบรอัน กล่าวในวันอังคาร (29)
พื้นที่นี้ไม่มีโรงพยาบาลที่เปิดบริการเหลืออยู่เลย เสบียงอาหารใกล้หมดเต็มทีและมันมีแนวโน้มว่าประชาชนอีกกว่าพันคนจะละทิ้งบ้านเรือนของพวกเขาหลบหนีพากการสู้รบยังคงยืดเยื้อในวันต่อๆ ไป เขากล่าวในถ้อยแถลงทางอีเมล
“สถานการณ์ในตอนนี้แย่มาก มีความกลัวอย่างรุนแรงว่าจะเกิดการทำลายล้างแบบเหมารวม” แพทย์คนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และบอกว่าชื่อ อบู อัล-อับบาส กล่าว
“ในสัปดาห์นี้เราย้ายสถานที่มาแล้วสามครั้ง” เขากล่าวเมื่อวันจันทร์ (28) โดยใช้เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ “ในที่หลบภัย เรามีผู้เสียชีวิตที่ไม่อาจเอาออกไปได้เนื่องจากการทิ้งระเบิดรุนแรงมาก”
กองกำลังบาชาร์ อัล-อัสซาด และพันธมิตรชีอะห์ ได้ยิงปืนใหญ่โจมตีอย่างหนักเพื่อรุกคืบเข้าไปได้หลายพื้นที่ทางตอนเหนือของพื้นที่ทางตะวันออกของอเลปโปที่ถูกปิดล้อมเมื่อคืนวันศุกร์ (25) และวันจันทร์ (28) ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านซีเรียถอนร่นไปยังแนวหน้าที่ป้องกันได้ง่ายกว่าหลังจากสูญเสียการควบคุมเขตสำคัญแห่งหนึ่ง
กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (Syrian Observatory for Human Rights) ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดใส่เขตตะวันออกของอเลปโปเมื่อคืนวันจันทร์ สังหารประชาชนไป 18 ราย รวมถึง 12 รายในเขตอัล-ชาร์ใกล้แนวหน้าแห่งใหม่
