นายกรัฐมนตรี เผยดีใจได้ลงพื้นที่สุราษฎร์ฯ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รับปี 54 ก็เคยลำบาก ยันมีมาตรการแก้ บรรเทาความเดือดร้อน เยียวยา จ่อทำทางระบายน้ำ สร้างถนนลงใต้ ลั่นจะผิดก็หมายผังเมืองไม่ได้อีกต่อไป ปรับเปลี่ยนรวมกลุ่มการเพาะปลูก ถ้าไม่เชื่อก็ลำบาก ปัดตอบนักการเมืองบุกรุกที่ดิน บอกอย่าเอามายุ่ง
วันพฤหัสบดี (26 มกราคม) ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ปภ.) ว่าได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ผ่านมาทุกคนทำงานได้เต็มสติกำลังจนทำให้สถานการณ์คลี่คลายตามลำดับ ในส่วนของรัฐบาลพยายามกำกับดูแล โดยมีศูนย์ ปภ.ซึ่งตั้งอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลกำกับดูแลอยู่ ทั้งนี้ รู้ว่าทุกคนลำบาก ตนเองก็เคยแช่น้ำมาก่อน ไปไหนไม่ได้เหมือนกันเมื่อปี 54 แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติก็ห้ามไม่ได้ แต่ก็มีมาตรการในการแก้ไข และช่วยบรรเทาความเดือดร้อน รัฐบาลมีมาตรการ ระเบียบ และกฎหมายที่มีในการช่วยเหลือเยียวยา ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเพิ่มมาตรการ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายต่างๆ บางส่วน อาจใช้มาตรการเงินกู้ ทุกคนต้องพยายามกลับเข้ามาสู่ระเบียบไม่เช่นนั้นก็ช่วยเหยื่อไม่ได้ โดยเฉพาะไม่ทำตามกฎหมายผังเมือง หรือบุกรุกป่า ซึ่งยังเป็นปัญหา
“ดีใจที่ได้มาภาคใต้ในครั้งนี้ ทั้งชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ทุกคนมีรอยยิ้ม และจากรายงานข้อมูลทั้ง 15 จังหวัดก็สบายใจเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทำตามนโยบายที่ได้มอบหมาย ทั้งการช่วยเหลือ ฟื้นฟูในระยะยาว รวมทั้งปัญหาเส้นทางที่ขวางทางน้ำ เมื่อเกิดความเดือดร้อนทุกฝ่ายก็ต้องร่วมมือกัน และต้องช่วยกันคิดต่อว่าจะต้องทำทางระบายน้ำ สปิลเวย์ ที่อาจจะต้องใช้งบประมาณที่สูง เช่นเดียวกับถนนที่จะใช้สัญจรไปในพื้นที่ภาคใต้ ต้องดูว่าถนนเพชรเกษมเส้นเดียวอาจไม่เพียงพอ หากจำเป็นต้องขยายก็อาจจะมีปัญหากับคนในพื้นที่ ต้องมาจัดระเบียบใหม่ ทุกอย่างจะผิดกฎหมายผังเมืองต่อไปอีกไม่ได้ เราต้องร่วมกันวางอนาคตข้างหน้า นำในหลายๆ รูปแบบมาผสมผสานกัน มีการกำหนดแผนการจัดการน้ำ อะไรที่สามารถดึงมาทำก่อนได้ก็ต้องรีบทำ เพื่อที่จะได้ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วม เราต้องแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงการเพาะปลูกพืชต่างๆ ซึ่งอาจต้องมีการรวมกลุ่มกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย เหมือนที่ผ่านมา ถ้าไม่เชื่อฟังกันวันข้างหน้าก็ลำบาก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ กล่าวตอบคำถามว่าจะจัดการน้ำอย่างไรให้ประชาชนมีส่วนร่วมว่า ต้องฟังทั้งเสียงส่วนใหญ่ และเสียงส่วนน้อยเมื่อทำตามเสียงส่วนใหญ่ก็ต้องดูแลคนส่วนน้อยด้วย ไม่มีอะไรได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีทางที่ทุกคนจะเห็นชอบร่วมกันได้ แม้รัฐบาลจะมีอำนาจก็จะใช้เท่าที่จำเป็น เพราะประชาชนทุกคนถือเป็นคนของเรา ต้องช่วยกันพูดให้รัฐบาล จะได้ไม่ถูกบิดเบือน ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทำวันข้างหน้าก็จะเกิดปัญหาอีก ประชาชน และรัฐบาลจะต้องคิด และไปด้วยกัน ไม่เช่นนั้นก็จะติดไปหมด หลายโครงการเกิดในรัฐบาลนี้ โดยให้มีการทำประชาพิจารณ์ก่อน บางเรื่องไม่จำเป็นต้องทำ ใช้อำนาจของตนเองได้ แต่ตนไม่ทำ
เมื่อถามถึงปัญหาที่มีนักการเมืองบุกรุกที่ดิน นายกฯ กล่าวว่า อย่าเอาการเมืองมายุ่งกับตน วันนี้เอาการบ้านโดยเอาประชาชนมาพูดคุยกันก่อน ใครจะว่าอย่างไรก็ต้องอดทน ที่ผ่านมาทนมาได้ 2 ปีแล้ว ทำไมจะทนอีกไม่ได้
