พลเรือนชาวซีเรียกว่า 1,300 คนถูกสังหารในเมืองระหว่างปฎิบัติการยึดเมืองรอกเกาะห์จากกลุ่มดาอิชที่ความรุนแรงที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สหกระชาชาติรายงานว่าชาวเมืองอย่างน้อย 200,000 คนต้องหนีออกจากเมืองนับตั้งแต่ 1 เมษายนเป็นต้นมา
นักกิจกรรมท้องถิ่นกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 คนในวันพฤหัสบดีที่(27 กรกฎาคม)ผ่านมา หลังจากที่กองกำลังานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯในการต่อต้านดาอิช ได้ดำเนินการในการโจมตีทางอากาศหลายครั้งใส่เป้าหมายบ้านเรือนประชาชนในเมืองรอกเกาะห์ ขณะที่ในภาคพื้นที่ก็ถูกระดมยิงด้วยปืนใหญ่ ในจรวจนำวิถีจากกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) กลุ่มติดอาวุธที่สหรัฐฯให้การหนุนหลัง
นอกจากนี้ยังมีพลเรือนอีกอย่างน้อย 36 คนถูกสังหารเมื่อวันพุธโดยการโจมตีทางอากาศ และระดมยิงปืนใหญ่เข้าใส่เป้าหมายในเขตเมืองของกองกำลังติดอาวุธ SDF
เมืองรอกเกาะห์ตกอยู่ท่ามกลางการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 50 วันโดยกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ และกองกำลังติดอาวุธ SDF
ขณะที่หน่วยงานด้านสื่อของกลุ่มพันธมิตรระบอบการปกครองซีเรีย ระบุว่ามีพลเรือนชาวซีเรีย 1,342 คนถูกสังหารในขณะที่อีกหลายร้อยรายซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นสตรี และเด็กได้รับบาดเจ็บอันเป็นผลมาจากการทิ้งระเบิดอย่างหนัก
ด้านผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านมนุษยธรรม Ursula Mueller แถลงข่าวจากกรุงอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดนในวันพฤหัสบดี(27)ว่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาพลเรือนกว่า 200,000 คนหนีออกจากบ้านของพวกเขาในซีเรียโดยรอบเมืองรอกเกาะห์ โดยในเดือนกรกฎาเดือนเดียวมีชาวซีเรียอย่างน้อย 30,000 คนต้องกลายเป็นผู้อพยพ
ที่มา National Coalition of Syrian Revolution and Opposition Forces

