A picture taken on June 19, 2018 shows debris of Iranian-made Ababil drones displayed Abu Dhabi, which the Emirati armed forces say were used by Houthi rebels in Yemen in battles against the coalition forces led by the UAE and Saudi Arabia. The United Arab Emirates has US-trained troops fighting alongside the Yemeni army against the Iran-backed Houthi rebels. / AFP / KARIM SAHIB

กลุ่มก่อการร้ายฮิสบุลลาต 8 คนจากเลบานอนตายในเมือง Maran ทางตอนเหนือของเยเมน ใกล้กับซาอุดิอาระเบียจากการโจมตีของกลุ่มพันธมิตรชาติอิสลามที่นำโดยซาอุดิอาระเบีย

การมีกองกำลังติดอาวุธฮิสบุลลาตที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในฐานที่มั่นของกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ในจังหวัด Saada ฐานที่มั่นของกลุ่มกบฎชีอะห์ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนสันว่าอิหร่านเป็นผู้จัดหาขีปนาวุธให้กับกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ และส่งช่างเทคนิคจากกลุ่มฮิสบุลลาตเพื่อกำหนดเป้าหมายโจมตีซาอุดิอาระเบีย

“รัฐบาลได้ฆ่าผู้ก่อการร้าย 41 รายใน Maran และทำลายยานพาหนะ และอุปกรณ์ทางทหารของพวกเขา ในหมู่ผู้เสียชีวิตมีสมาชิก 8 คนของกลุ่มฮิสบุลลาต ที่รวมทั้งสมาชิกระดับบัญชาการ” พ.อ. Turki Al-Maliki โฆษกกลุ่มพันธมิตชาติอิสลามกล่าวในวันจันทร์ที่(25 มิถุนายน)ผ่านมา

จำนวนของขีปนาวุธที่ถูกยิงจากเยเมนเข้าสู่ซาอุดีอาระเบียได้กำหนดเป้าหมายพลเรือนเช่นที่มหานครมักกะห์, เมืองริยาด และเมืองทางตอนใต้อย่างจังหวัดจาซาน และนัจราน โดยหนึ่งในการโจมตีที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมายืนยันได้ชัดเจนว่าเป็นการดำเนินการภายใต้การรับผิดชอบของกลุ่มก่อการร้ายฮิสบุลลาต ตามการเปิดเผยของ Adel Al-Jubeir รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย

กลุ่มพันธมิตรได้เปิดเผยหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธเหล่านี้ถูกผลิตในอิหร่าน รวมถึงกลไกการในการขับเคลื่อนที่มีหลักฐานชัดเจนว่าผลิตโดยอิหร่าน

ส่วนของขีปนาวุธถูกลักลอบเข้าไปในเยเมนผ่านทางท่าเรือฮุไดดาห์ในทะเลแดง และกองกำลังพันธมิตรได้เปิดปฎิบัติการทางทหารตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนเพื่อยึดคืนท่าเรือดังกล่าวจากการยึดครองของกลุ่มกบฎฮูธีย์

เจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียย้ำมาตลอดว่าการแทรกแซงทางทหารของพวกเขาในเยเมนเป็นสงครามที่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อความมั่นคง ปลอดภัยของภูมิภาค ไม่ใช่สงครามที่ถูกเลือกตามการเปิดเผยของ Fahad Nazer นักวิเคราะห์การเมืองของซาอุดีอาระเบียและ Fellow International ที่สภาความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อาหรับ

“ความจริงที่ว่ากลุ่มกบฎฮูธีย์ยังคงยิงขีปนาวุธขีปนาวุธรับมาจากอิหร่านเข้าใส่เป้าหมายพลเรือนในซาอุดีอาระเบียรวมถึงเมืองริยาด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่ากบฎฮูธีย์ เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศในภูมิภาคแห่งนี้รวมทั้งเป็นภัยต่อซาอุดิอาระเบียด้วย” เขากล่าวกับ อาหรับนิวส์

“Houthis ได้แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกไม่เคารพต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวเยเมนดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่พวกเขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายสงครามโดยการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในซาอุดิอาระเบีย”

Nazer อยู่ที่ริยาดในเดือนเมษายนเมื่อกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ ยิงขีปนาวุธขีปนาวุธซึ่งถูกยิงสกัดได้เหนือเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย

“ซาอุดีอาระเบียมีสิทธิที่จะใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะไม่ได้รับความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มผู้ก่อการร้ายนี้”เขากล่าว

พร้อมระบุอีกว่า “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่รัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศเยเมน และกลุ่มพันธมิตรชาติอิสลามที่นำโดยซาอุดิอาระเบีย จะได้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศทั้งหมด”

ในขณะที่ซาอุดิอาระเบียได้ดำเนินการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายอย่างต่อเนื่องหลังจากการโจมตีครั้งล่าสุดเมื่อคืนวันอาทิตย์เมื่อการป้องกันทางอากาศของซาอุดีอาระเบียได้สกัดกั้นขีปนาวุธสองลูกที่ถูกยิงหวังโจมตีเป้าหมายในเมืองหลวง

ซากขีปนาวุธตกลงใกล้กับฐานปฎิบัติการของสหรัฐฯ และที่โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในย่านการทูต และบนหลังคาของที่พักอาศัยส่วนตัวของประชาชน แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรง

ความคิดเห็น

comments

By admin