เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ระหว่างการประชุมระดับสูงระหว่างประเทศว่าด้วยการระงับข้อพิพาทปัญหาปาเลสไตน์โดยสันติวิธีและการดำเนินการตามแนวทางสองรัฐ นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างการกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมโดยมีเป้าหมายร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศในการผลักดันการแก้ปัญหาปาเลสไตน์โดยสันติวิธีผ่านแนวทางสองรัฐ เนื่องจากกัมพูชากล่าวพาดพิงไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในเวทีดังกล่าว

ประเทศไทยขอแสดงความชื่นชมต่อความพยายามและความมุ่งมั่นของท่านในการจัดการประชุมครั้งนี้ เพื่อยืนยันเจตจำนงทางการเมืองและพันธกรณีร่วมกันของเราต่อสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง

การประชุมครั้งนี้ที่รอคอยมายาวนาน มีเป้าหมายเพื่อผลักดันการสนับสนุนจากนานาชาติต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์อย่างเป็นธรรม ถาวร และครอบคลุม ผ่านการดำเนินการอย่างสันติบนพื้นฐานของแนวทาง “สองรัฐ”

น่าเสียดายที่มีคณะผู้แทนหนึ่งหยิบยกประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นมา แม้ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวถึงเรื่องทวิภาคีนี้ในเวทีสำคัญเช่นนี้ แต่จำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงโดยสังเขปเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม โดยความกรุณาของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน มีการตกลงหยุดยิง แต่ไม่นานหลังจากมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 กรกฎาคม ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับยิงปืนข้ามพรมแดนและบุกรุกดินแดนไทยอีกครั้ง อันเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรง

ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยืนยันความมุ่งมั่นของไทยที่จะดำเนินการผ่านช่องทางทวิภาคีเดิม หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด และดำเนินการอย่างสุจริตใจ

สถานการณ์อันเลวร้ายในฉนวนกาซาที่เต็มไปด้วยการสู้รบ ความทุกข์ยากทางมนุษยธรรม และการพลัดถิ่นอย่างกว้างขวาง ตลอดจนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวม ล้วนต้องการการเจรจาใหม่และความพยายามในการปกป้องสันติภาพและเสถียรภาพอย่างเร่งด่วน

ขออนุญาตเน้นประเด็นต่อไปนี้:

ประการแรก ประเทศไทยขอยืนยันการสนับสนุนแนวทาง “สองรัฐ” ว่าเป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้สู่สันติภาพที่ยั่งยืน ตามกฎหมายระหว่างประเทศและมติที่เกี่ยวข้องของสหประชาชาติ โดยให้อิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่ร่วมกันอย่างสันติและปลอดภัย

การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมเป็นสิ่งสำคัญ ประเทศไทยสนับสนุนทุกความพยายามของสหประชาชาติ หุ้นส่วนระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ รวมถึงสันนิบาตอาหรับ องค์กรความร่วมมืออิสลาม (OIC) และประเทศผู้รักสันติ เพื่อส่งเสริมการเจรจาที่มีความหมายและสร้างเงื่อนไขสู่สันติภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจต้องถูกฟื้นฟูผ่านมาตรการสร้างความเชื่อมั่น การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ และการทูตแบบมีส่วนร่วมที่ตอบสนองข้อกังวลและความหวังของทุกฝ่าย

ประการที่สอง เราขอย้ำเรียกร้องให้มีการหยุดยิงที่ยั่งยืน และให้มีการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดที่ยังคงถูกควบคุมตัวโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากมีพลเมืองไทยอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ เราจึงเห็นผลกระทบด้านมนุษยธรรมที่ขยายวงกว้างเกินกว่าภูมิภาคนั้น สันติภาพในตะวันออกกลางจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเราทุกคน

ประการที่สาม การคุ้มครองพลเรือนยังคงเป็นลำดับความสำคัญของเรา เราสนับสนุนให้มีการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างปลอดภัย ไม่ล่าช้า และไม่ถูกขัดขวาง ตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

วันนี้ ขอให้เรายืนยันเจตจำนงร่วมกันอีกครั้งในการยุติความขัดแย้งนี้อย่างถาวรผ่านการเจรจาที่สร้างสรรค์และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ขอให้ประวัติศาสตร์จดจำเราจากความกล้าหาญในการเลือกสันติภาพเหนือความขัดแย้ง มิใช่จากการนิ่งเฉย

    ความคิดเห็น

    comments

    By admin