เมื่อวันอังคารที่(24 มีนาคม)ผ่านมา เศษชิ้นส่วนจรวดตกลงในเขตเวสต์แบงก์ตอนเหนือ อันเป็นผลมาจากการที่อิสราเอลสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่ก่อนหน้าที่ก็เคยมีเหตุแบบเดียวกันนี้ที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 4 ราย
แหล่งข่าวท้องถิ่นแจ้งกับสำนักข่าวอนาโดลูว่า เศษชิ้นส่วนขีปนาวุธขนาดใหญ่ตกลงในพื้นที่เมืองฮาริส ทางเหนือของเมืองซัลฟิต ในเขตเวสต์แบงก์
เศษจรวดตกลงในพื้นที่โล่ง โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือความเสียหายใดๆ
แหล่งข่าวรายงานว่าเกิดระเบิดดังสนั่นจนทำให้พื้นที่สั่นสะเทือน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีเสียงไซเรนดังขึ้นในชุมชนทางตอนเหนือของเขตเวสต์แบงก์ เพื่อเตือนถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหม่จากอิหร่านต่ออิสราเอล
ทุกวัน เวสต์แบงก์ต้องเผชิญกับเศษชิ้นส่วนขีปนาวุธที่ตกลงมา อันเป็นผลมาจากการที่อิสราเอลสกัดกั้นขีปนาวุธ
แม้ว่าการโจมตีส่วนมากจะมุ่งเป้าไปที่อิสราเอล แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดกลับไม่ใช่ชาวอิสราเอล แต่เป็นชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งมักตกอยู่ในเส้นทางของอาวุธที่ไม่แม่นยำของอิหร่าน และปราศจากการคุ้มครองเช่นเดียวกับที่อิสราเอลมอบให้แก่พลเมืองของตน
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม หญิง 4 คน อายุระหว่าง 17 ถึง 50 ปีเสียชีวิตจากเหตุระเบิดคลัสเตอร์ของอิหร่านที่พุ่งใส่ร้านเสริมสวยในเขตเวสต์แบงก์ ขณะที่พวกเธอกำลังเตรียมอาหารละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ชาวปาเลสไตน์อีก 9 คนได้รับบาดเจ็บ รวมถึงเด็กหญิงวัย 4 ขวบด้วย
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับเมืองเบต อาววา ทางตอนใต้ของเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งมีประชากรประมาณ 15,000 คน ในวงกว้างกว่านั้น เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นสิ่งที่ชาวบ้านอธิบายว่าเป็นการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกัน และการขาดความตระหนักรู้ในหมู่ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์เกี่ยวกับภัยคุกคามจากขีปนาวุธของอิหร่าน
