1. รูปทั่วไป
ax² + bx + c = 0 (a ≠ 0)
คำตอบเรียกว่า ราก ของสมการ
2. วิธีแยกตัวประกอบ
ตัวอย่างที่ 1
x² − 5x + 6 = 0
(x − 2)(x − 3) = 0 → x = 2 หรือ x = 3
ตัวอย่างที่ 2
x² − 9 = 0 → (x − 3)(x + 3) = 0 → x = 3 หรือ x = −3
3. สูตรกำลังสอง
x = (−b ± √(b² − 4ac)) / (2a)
D = b² − 4ac เรียกว่า ตัวแยกประเภท (discriminant)
- D > 0 → รากจริงสองค่าต่างกัน
- D = 0 → รากจริงซ้ำหนึ่งค่า
- D < 0 → ไม่มีรากจริง
ตัวอย่างที่ 3
x² − 4x − 5 = 0 → a=1, b=−4, c=−5
D = 16 + 20 = 36
x = (4 ± 6)/2 → x = 5 หรือ x = −1
ตัวอย่างที่ 4
2x² + 3x − 2 = 0
D = 9 + 16 = 25
x = (−3 ± 5)/4 → x = 1/2 หรือ x = −2
ตัวอย่างที่ 5: รากซ้ำ
x² − 6x + 9 = 0 → (x − 3)² = 0 → x = 3
D = 36 − 36 = 0
ตัวอย่างที่ 6: โจทย์ปัญหา
สี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง x ยาว x+3 พื้นที่ 40
x(x+3) = 40 → x² + 3x − 40 = 0
(x + 8)(x − 5) = 0 → x = 5 (ยาว 8)
ตัวอย่างที่ 7
ผลรวมราก = −b/a, ผลคูณราก = c/a
จาก x² − 5x + 6 = 0 → ผลรวม = 5, ผลคูณ = 6
สรุป
- ลองแยกตัวประกอบก่อน ถ้าไม่ได้ใช้สูตร
- ดู D เพื่อทราบจำนวนรากจริง
- ตรวจคำตอบโดยแทนกลับสมการ