ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พฤศจิกายน) ว่าจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลส์ เดอ โกลล์ ไปสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านISIL ในอิรักและซีเรีย หลังรัสเซียเสริมระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานเข้าไปในซีเรียสนับสนุนภารกิจทางอากาศของพวกเขา หลังสหรัฐประกาศติดจรวดอากาศสู่อากาศให้เครื่องบินรบในซีเรีย
การปรากฏตัวของเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ เรือธงของกองทัพฝรั่งเศส เป็นการเพิ่มเติมจำนวนเครื่องบินรบของฝรั่งเศส จากเดิมที่มีเครื่องบินรบราฟาล 6 ลำและเครื่องบินรบ มิราจ 6 ลำ ขึ้นบินจากฐานในจอร์แดนและยูเออีตามลำดับ เพื่อเข้าไปปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในอิรักและซีเรีย
เรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ลส์ เดอ โกลล์ เคยล่องเข้าไปในอ่าวเปอร์เซียช่วงเดือนกุมภาพันธ์และกินเวลา 2 เดือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับกลุ่ม ISIL ในอิรักก่อนหวนคืนสู่ฐานทัพในเมืองตูลงของฝรั่งเศส โดยระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวทางกองทัพเรือฝรั่งเศสเปิดเผยว่าเครื่องบินรบของพวกเขาราว 20 ลำได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศราว 10-15 เที่ยวต่อวัน
ฝรั่งเศสซึ่งเริ่มโจมตีทางอากาศถล่มในซีเรียเมื่อเดือนตุลาคม หนึ่งปีหลังจากทิ้งบอมบ์ในอิรัก บอกว่าความเคลื่อนไหวของพวกเขาก็เพื่อปกป้องตนเอง หลังจากฝรั่งเศสถูก ISIL โจมตีในเดือนมกราคม มีผู้เสียชีวิต 17 ศพและสามารถทลายแผนพยายามก่อการร้ายอื่นๆ อีกหลายครั้ง
นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการในอิรัก เครื่องบินรบของฝรั่งเศสดำเนินภารกิจทางอากาศ 1,285 เที่ยว ในนั้นเป็นการโจมตี 271 เที่ยวและทำลายเป้าหมายได้ทั้งหมด 459 เป้าหมาย ส่วนอื่นๆ เป็นเที่ยวบินตรวจการณ์ทางทะเลและเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง ขณะที่ในซีเรียจากเท่าที่ทราบจนถึงตอนนี้ฝรั่งเศสเพิ่งปฏิบัติการโจมตีไปแค่ 2 เที่ยว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของฝรั่งเศสมีขึ้นในขณะที่ วิกตอร์ บอนดาเรฟ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่ามอสโกได้ส่งระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานเข้าไปในซีเรียสนับสนุนภารกิจทางอากาศของพวกเขา
มอสโกเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย ภายใต้การร่วมมือกับรัฐบาลดามัสกัส เมื่อเดือนที่แล้ว โดยบอกว่ามีเป้าหมายคือถล่ม ISIL และพวกก่อการร้ายอื่นๆ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ซึ่งจับมือกับพันธมิตรตะวันตก ในนั้นรวมถึงฝรั่งเศส ปฏิบติการทางอากาศในซีเรียเช่นกัน และระบุว่ารัสเซียแอบแฝงเป้าหมายโจมตีพวกกบฏสายกลางที่กำลังสู้รบกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด
“เราไม่ได้ส่งแค่เครื่องบินรบ เครื่องบินโจมตีและเฮลิคอปเตอร์ แต่ยังรวมถึงระบบจรวดต่อต้านอากาศยานด้วย” บอนดาเรฟบอกกับสื่อท้องถิ่น พร้อมระบุว่ารัสเซียตัดสินใจส่งระบบขีปนาวุธเข้าไปในซีเรียเพราะว่า “เราตระหนักถึงทุกภัยคุกคามเท่าที่จะเป็นไปได้ มันอาจมีเหตุสุดวิสัยต่างๆ นานา ลองจินตนาการกรณีเครื่องบินทหารถูกจี้และพาไปยังประเทศเพื่อนบ้านและโจมตีทางอากาศเข้าใส่เรา เราจำเป็นต้องพร้อมสำหรับเรื่องนี้”
แหล่งข่าวบอกกับอินเตอร์แฟกซ์ว่า ระบบขีปนาวุธต่างๆ ที่รัสเซียส่งเข้าประจำการในซีเรียก็มี บุค (BUK) และแพนต์ซีร์ (Pantsir) ขณะที่ทาง บอนดาเรฟ เสริมว่าตอนนี้รัสเซียมีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์มากกว่า 50 ลำในซีเรีย “มันเป็นจำนวนที่เราต้องการที่แท้จริง ณ ช่วงเวลานี้ เราไม่ต้องการมากกว่านี้แล้ว”
โดยการเสริมกำลังอาวุธหนักต่างๆของทั้งฝรั่งเศส และรัสเซียเข้าไปในซีเรียมีขึ้น หลังจากที่สหรัฐประกาศติดจรวจอากาศสู่อากาศให้กับเครื่องบินรบ F15 ที่ปฎิบัติการในซีเรีย ทั้งที่สหรัฐไม่เคยสกัดเครื่องบินรบของรัฐบาลชีอะห์ซีเรียหรือรัสเซียที่โจมตีเป้าหมายพลเรือนในซีเรีย และฝ่ายต่อต้านซีเรีย หรือกลุ่ม ISIL ก็ไม่มีเครื่องบินรบปฎิบัติภาระกิจในน่านฟ้าซีเรีย
