Saturday, 24/8/2019 | 5:27 UTC+7
i-News

ปธน.เช็ก แกนนำต้านอิสลามอ้าง “มุสลิม” ไม่มีวันรวมเป็นส่วนหนึ่งของยุโรปได้

ประธานาธิบดีมิลอส เซมาน ผู้นำการเคลื่อนไหวต่อต้านอิสลามแห่งสาธารณรัฐเช็ก ออกมามากล่าวอ้างเมื่อวันอาทิตย์ที่ (17 มกราคม) ว่า ความพยายามหลอมรวมชาวมุสลิมเข้ากับสังคมยุโรปนั้น “ไม่มีทางเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติ”

“ประสบการณ์ของประเทศตะวันตกที่เต็มไปด้วยย่านชาวยิวและชุมชนที่แปลกแยกจากสังคมแสดงให้เห็นแล้วว่า การหลอมรวมชาวมุสลิมคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยทางปฏิบัติ” เซมาน ผู้นำซึ่งใกล้ชิดกับอิสราเอล ให้สัมภาษณ์ทางสื่อโทรทัศน์

“ปล่อยให้พวกเขามีวัฒนธรรมของพวกเขาเองอยู่ในประเทศของพวกเขาเอง อย่าปล่อยให้เข้ามาในยุโรป มิเช่นนั้นก็จะเกิดเหตุการณ์เหมือนที่โคโลญ” เขาอ้างถึงคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในช่วงค่ำคืนก่อนปีใหม่ 2016 ในเยอรมันซึ่งยังไม่มีข้อสรุปว่ามูลเหตุเกิดจากอะไร

“การหลอมรวมประชากรอาจเป็นไปได้ หากมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน และในความคล้ายคลึงก็ยังมีความแตกต่าง” เซมานกล่าว พร้อมเปรี่ยบเทียบกับผู้อพยพชาวเวียดนามและยูเครนที่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมเช็กได้เป็นอย่างดี

เซมาน วัย 71 ปี เป็นประธานาธิบดีหัวรุนแรงที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของสาธารณรัฐเช็ก และเคยออกมาร่วมขบวนคัดค้านการเปิดรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเข้าสู่ยุโรปมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อต้นเดือนนี้ เขาอ้างว่าคลื่นผู้อพยพจำนวนนับล้านๆ คนเป็นแผนของขบวนการภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) ซึ่งได้รับเงินทุนอุดหนุนจากรัฐบาลหลายประเทศ “เพื่อส่งชาวมุสลิมเข้าครอบครองยุโรปอย่างช้าๆ”

ปลายปีที่แล้ว เซมานอ้างว่า ผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางที่หลั่งไหลมายังยุโรปมากขึ้นเรื่อยๆ เป็น “แผนรุกราน” อย่างหนึ่ง พร้อมขับไล่ให้คนหนุ่มในอิรักและซีเรีย “จับอาวุธ” ต่อสู้กับกลุ่ม ISIL แทนที่จะหนีหัวซุกหัวซุน

ข้อมูลจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ตลอดทั้งปี 2015 มีคลื่นผู้อพยพเดินทางเข้าสู่ยุโรปมากกว่า 1 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้สี้ภัยที่หนีสงครามมาจากอัฟกานิสถาน อิรัก และซีเรีย

ผู้อพยพบางส่วนพอใจที่จะอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐเช็กซึ่งมีประชากรราว 10.5 ล้านคน และเป็นสมาชิกทั้งสหภาพยุโรป (อียู) และนาโต ขณะที่ส่วนใหญ่มุ่งหน้าต่อไปยังเยอรมนีและชาติยุโรปตะวันตกที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่า

สาธารณรัฐเช็กคัดค้านการจัดโควตากระจายผู้อพยพ 160,000 คนไปยังประเทศต่างๆ ทั่วอียู ขณะที่นายกรัฐมนตรีโบฮูสลาฟ โซบอตกา เตือนว่า นโยบายนี้ไม่มีทางสำเร็จ เนื่องจากผู้อพยพส่วนใหญ่ตั้งใจจะไปตั้งถิ่นฐานในเยอรมนี หรือประเทศอื่นๆ ที่พวกเขาพอใจอยู่แล้ว

ความคิดเห็น

comments

About