โรงพยาบาล 2 แห่งในเมืองที่เคยปลอดภัยที่สุดในซีเรีย ถูกถล่มจนเสียหาย ขณะที่ทั้งสหรัฐ และรัสเซีย อ้างฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้โจมตี ขณะที่รัสเซียสนับสนุนปฎิบัติการทางอากาศในอเลปโปต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงการเจรจาสันติภาพ ทำให้มีผู้ลี้ภัยจากพื้นที่ดังกล่าวเข้าตุรกีแล้วกว่า 5 หมื่นคน
“ตอนเวลาราว 14.00 น. ตามเวลามอสโก (ตรงกับเมืองไทย 18.00 น.ของวันพุธ) เครื่องบิน A-10 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ บินเข้าน่านฟ้าซีเรียจากอาณาเขตของตุรกี” อิกอร์ โคเนเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในถ้อยแถลง “หลังไปถึงเมืองอเลปโปจากเส้นทางตรงแล้ว เครื่องบินสหรัฐฯ ก็ได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายต่างๆ ในเมือง”
ด้านพันเอก สตีฟ วอร์เรน โฆษกของพันธมิตรต่อสู้กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่นำโดยสหรัฐฯ ประจำแบกแดด บอกกับรอยเตอร์ในวันพฤหัสบดี (11) คำกล่าวหาดังกล่าวเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาของฝ่ายรัสเซีย
สงครามน้ำลายรอบล่าสุดนี้ปะทุขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ (10) เพนตากอนออกมาระบุว่ารัสเซียและรัฐบาลซีเรียทำลายโรงพยาบาลหลัก 2 แห่งของเมืองอเลปโปในเดือนนี้ ระหว่างปฏิบัติการรุกคืบของฝ่ายรัฐบาลภายใต้การสนับสนุนของรัสเซีย พร้อมเตือนว่าสถานการณ์ในเมืองกำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในวันพฤหัสบดี (11) ว่า กองทัพอากาศของพวกเขาโจมตีเป้าหมายก่อการร้าย 1,888 เป้าหมายใน 8 พื้นที่ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ในนั้นรวมถึงจังหวัดอเลปโป ลาตาเคีย ฮามา และฮอมส์ อย่างไรก็ตาม รัสเซียอ้างว่าเป้าหมายที่ใกล้อเลปโปมากที่สุดในการโจมตีวันพุธ (10) อยู่ห่างจากตัวเมืองไปมากกว่า 20 กิโลเมตร
ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศอย่างหนักของรัสเซียต่อพลเรือนซีเรียที่อาจทำให้ชาวซีเรีย 6 แสนคนต้องอพยพเข้าตุรกี แต่รัสเซียก็อ้างในวันพฤหัสบดี (11) ว่าพวกเขาพร้อมหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงหยุดยิงในซีเรีย ขณะที่เหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศของชาติต่างๆ รวมตัวกันที่เมืองมิวนิก เยอรมนี ในความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพ หลังการเจรจาสันติภาพรอบที่ผ่านมาพังทลายลงหลังจากรัสเซียโจมตีอย่างหนักหน่วงในช่วงที่มีการเจรจาสันติภาพในเจนีวา
ขณะที่ความพยายามในการฝื้นการเจรจารอบล่าสุดแต่ว่ารัสเซียอ้างพร้อมหยุดยิง แต่ต้องรอต่อไปจนถึง 1 มีนาค่อยหยุดยิง
