ธารน้ำใจช่วยครอบครัวเด็กกำพร้าบ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลังที่ปัตตานี

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยเหลือครอบครัวเด็กกำพร้า หลังเกิดเหตุบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง ที่ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

วันพฤหัสบดี (16 กุมภาพันธ์) MGR Online รายงานว่า ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 37 และ 37/1 บ้านสุไหงปาแน ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวแวหลง ที่ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ครอบครัวนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะเป็นครอบครัวที่มีแต่เด็กกำพร้า หญิงหม้าย และคนชราอาศัยอยู่ จึงทำให้ชาวบ้านต่างก็เห็นใจ และเศร้าใจต่อครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสภาพจิตใจของเด็กกำพร้าทั้ง 3 คน ที่สูญเสียพ่อไปตั้งแต่เล็กเมื่อ 11 ปีที่แล้ว แต่วันนี้กลับต้องมาสูญสิ้นบ้านที่พักพิง เหลือเพียงแค่เสื้อผ้าชุดนักเรียนที่สวมใส่ไปโรงเรียนในวันนั้นมาแค่ชุดเดียว

ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างก็ทยอยมาช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย ทั้งนำข้าว อาหารแห้ง เครื่องดื่ม น้ำดื่ม เสื้อผ้า และผ้าละหมาดมามอบให้ นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนองค์กรสงเคราะห์ก็ได้หลั่งไหลยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวนี้เริ่มมีความหวังที่จะเดินหน้าสู้ชีวิตต่อไป

ล่าสุด หน่วยงานราชการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ปัตตานี ก็ได้เริ่มเข้ามาสอบถามข้อมูล ถามความเดือดร้อน หลังจากเกิดเหตุได้ 2 วันมาแล้ว โดยมอบหมายให้หน่วยเคลื่อนที่เยียวยาของสำนักงานพัฒนาสังคมฯ อ.เมืองปัตตานี ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนสอบถามข้อเท็จจริง และให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัวกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 บาท ให้แก่ครอบครัว โดยมี นางอายียะห์ แวหลง เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนั้น ยังมีหน่วยงานบ้านพักเด็กและคนชรา นักประชาสงเคราะห์ จ.ปัตตานี ก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมขอหลักฐานเด็กกำพร้าดังกล่าวเพื่อให้การช่วยเหลือในสิทธิของเด็กที่ควรจะได้รับ นอกจากนั้น ยังได้มีตัวแทนจาก SHOOT FORLIFE มามอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเด็กที่กำพร้า และหลังจากนี้ จะมีการมอบอุปกรณ์การเรียนให้เด็กๆ อีกด้วย

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า บ้านดังกล่าวมี 2 หลัง คือ บ้านเลขที่ 37 และบ้านเลขที่37/1 อยู่ในหลังเดียวกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ บ้านหลังนี้ได้กั้นครึ่งแบ่งให้เป็นบ้านเช่า เพื่อนำรายได้จุนเจือเลี้ยงครอบครัว เพราะครอบครัวนี้เป็นครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องมากถึง 11 คน ปัจจุบันแม่ยังมีชีวิตอยู่คือ นางแวเยาะ แวหลง อายุ 78 ปี ส่วนใหญ่จะพักอยู่ที่ปอเนาะ นานๆ ทีจะกลับบ้านสักครั้ง จึงทำให้บ้านหลังนี้ที่อยู่กันจริงๆ มีเพียง 7 คน ดังนี้
1.นางอายียะห์ แวหลง (เจ้าบ้าน) อายุ 47 ปี อาชีพแพทย์แผนไทย
2.นายมัรวัน สารี (บุตรชาย) อายุ 21 ปี รับราชการทหารเรือ (ทหารเกณฑ์)
3.นางวันรอดียะห์ แวหลง (น้องสาว) อายุ 39 ปี อาชีพรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า
4.น.ส.อานีลา แวหลง (หลานสาว) อายุ 15 ปี ศึกษาอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนดารุณบารอกัต (กำพร้าบิดาเสียชีวิต)
5.ด.ช.มูฮัมมัดฮากิม แวหลง (หลานชาย) อายุ 14 ปี ศึกษาโรงเรียนตัฮฟิซจะบังติกอ (กำพร้าบิดาเสียชีวิต)
6.ด.ช.มูฮัมมัดฮีซัม แวหลง (หลานชาย) อายุ 11 ปี ศึกษาอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนดารุณบารอกัต (กำพร้าบิดาเสียชีวิต) ซึ่งเป็นลูกของ นางวันรอดียะห์ แวหลง
และ 7.นางแวเยาะ แวหลง (มารดา) อายุ 78 ปี ปัจจุบันศึกษาศาสนาอยู่ปอเนาะบูโละกาเปะ ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

จากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายเกือบหมด เครื่องจักรปักผ้า 3 ตัว ที่ชาวบ้านช่วยกันนำออกมาได้ จากเครื่องจักรที่มีอยู่ 4 ตัว ส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรเก่าใช้งานไม่ค่อยได้ เป็นเครื่องจักรที่เพื่อนบ้านบริจาคให้ นางวันรอดียะห์ แวหลง เพื่อใช้รับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าหาเลี้ยงครอบครัว และใช้เป็นเครื่องมือหากินจนทุกวันนี้

จากการพูดคุยกับ นางวันรอดียะห์ แวหลง หนึ่งในสมาชิกครอบครัวแวหลง จากการสูญเสียบ้านในครั้งนี้ว่า อยากได้อะไรมากที่สุด ได้รับคำตอบว่า อยากได้บ้านกลับมา เพราะมีบ้านหลังนี้หลังเดียวที่เป็นมรดกของครอบครัวไว้เป็นที่พิงหลังนอน เมื่อไม่มีบ้านพวกเราจะไปอยู่ที่ไหน ที่หนักใจมากตอนนี้คือ ไม่มีเงินพอที่จะมาสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ น้ำพักน้ำแรง ทุกวันนี้มีรายได้จากค่าจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า มีบ้างไม่มีบ้าง เฉลี่ยรายได้ประมาณ 2,000 บาท แถมเครื่องจักรยังโดนไฟไหม้อีก ยังไม่รู้ว่ายังใช้ได้อีกหรือไม่

นอกจากบ้านแล้ว ก็อยากมีงานทำที่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว สามารถส่งลูกเรียนให้จบ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ลูก แต่เราไม่มีความสามารถทำได้แค่ตัดเย็บเสื้อผ้า จึงอยากได้เครื่องจักรดีๆ ไว้คอยตัดเย็บเสื้อผ้าหาเลี้ยงครอบครัว อย่างน้อยเราได้มีเวลาดูแลลูกกับบ้าน

ด้าน นายเซ็ง แมะตีเมาะ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า วันนี้ภายหลังเกิดเหตุเราไม่รีรอ ได้เรียกคณะกรรมการสุไหงปาแน ประกอบด้วย คณะกรรมการมัสยิด คณะกรรมการหมู่บ้านประชุมร่วมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่ครอบครัวแวหลง ในครั้งนี้ โดยในที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบที่จะให้ชาวบ้านในหมู่บ้านสุไหงปาแน ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากข้างนอก โดยกำหนดให้มีการร่วมสมทบให้ความช่วยเหลือครอบครัวละอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 200 บาท ซึ่งมีทั้งหมด 400 กว่าครัวเรือน จะได้ประมาณ 80,000 กว่าบาท ก็อาจเป็นเงินก้อนแรกที่คนในชุมชนมอบให้แก่ครอบครัวแวหลง ใช้แก้ไขวิกฤตชีวิตในครั้งนี้ โดยกำหนดจะเริ่มรวบรวมเงินดังกล่าวในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

จึงอยากเรียกร้อง และเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนี้ ให้สามารถยืนได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องผ่านชีวิตที่ลำบากมายาวนาน นอกจากนั้น เรื่องทุนการประกอบอาชีพอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรตัดเย็บเสื้อผ้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางครอบครัวนี้ถนัด ก็น่าจะช่วยส่งเสริมเพื่อให้มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไป

ความคิดเห็น

comments