ตำรวจยิงปืน 2 นัดระบุเพื่อสลายการเผชิญหน้าหลังกลุ่มหัวรุนแรง 30 คนที่มีพระสงฆ์ร่วมอยู่ด้วย อ้างตามล่าโรฮิงญาบุกชุมชนมุสลิมในเขต Mingalar Taung Nyunt ของกรุงย่างกุ้ง ส่งผลให้ชาวมุสลิม 1 คนได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนเข้าที่หัว

สำนักข่าว irrawaddy รายงานเมื่อวันพุธ(10 พฤษภาคม)ตามคำบอกเล่าของตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ว่า กลุ่มม็อบหัวรุนแรงที่มีพระสงฆ์เป็นแกนนำ ได้บุกเข้าไปในชุมชนมุสลิมในช่วงก่อนเที่ยงคืน ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่ามีชาวโรฮิงญาอาศัยอยู่ในชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามข้ออ้างของกลุ่มม็อบ

ชาวโรฮิงญารวม 1 ล้านคน ถูกพม่าปฏิเสธสิทธิการเป็นพลเมือง และสิทธิพื้นฐานในด้านการศึกษา และสาธารณสุข โดยชาวโรฮิงญาจะถูกบังคับให้อยู่แต่ในรัฐยะไข่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และถูกห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ

กลุ่มหัวรุนแรง และอดีตรัฐบาลทหารของพม่ากล่าวหาว่าชาวโรฮิงญาเป็นชาว “เบงกาลี” ที่หมายถึงผู้อพยพจากบังกลาเทศ

ด้านสำนักข่าว AP รายงานว่า มีชาวพุทธประมาณ 30 คน บนถนน รวมทั้งพระสงฆ์ โดยที่บางคนถือก้อนหิน ขณะที่ชาวมุสลิมในชุมชนต้องเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตัวเอง

สำนักข่าว irrawaddy รายงานตามการบอกเล่าของพยานผู้เห็นเหตุการณ์อีกว่า กลุ่มหัวรุนแรงที่เป็นปฏิปักษ์กับชาวมุสลิมได้บุกเข้าโจมตีชุมชนมุสลิมเวลาประมาณเที่ยงคืน เมื่อตำรวจตรวจสอบชุมชนมุสลิมแล้วไม่พบชาวโรฮิงญา “ผิดกฎหมาย” ในพื้นที่ตามข้อกล่าวอ้างของกลุ่มหัวรุนแรง

ตำรวจในพื้นที่ได้ยิงปืน 2 นัดเพื่อสลายการชุมนุม แต่กระสุนถูกบริเวณศีรษะของชาวมุสลิมได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 คน

เหตุที่เกิดขึ้นนับเป็นความรุนแรงทางศาสนาล่าสุดที่ขยายตัวเข้ามาในกรุงย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าพม่า หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งยกพวกกดดันให้รัฐบาลท้องถิ่นสั่งปิดโรงเรียนสอนศาสนา 2 แห่งในเขต Thaketa โดยกล่าวหาว่าโรงเรียนที่ก่อสร้างมากว่า 10 ปี เป็นการก่อสร้างโดยไม่รับอนุญาต ขณะที่ตำรวจยอมให้กลุ่มหัวรุนแรงล็อกประตูโรงเรียนเป็นสัญลักษณ์ก่อนจะสลายการชุมนุม

ความคิดเห็น

comments

By admin