พลเรือนชาวซีเรียอีกอย่างน้อย 30 ราย จากการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ต่อดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออก ขณะที่พลเรือนนับหมื่นได้อพยพหนีตายจากการโจมตี
การโจมตีของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดในวันเสาร์ นอกจากจะมีผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน หลังพวกเขาถูกโจมตีขณะที่กำลังหนีตายออกจากพื้นที่ซึ่งถูกถล่มทางอากาซอย่างต่อเนื่อง ตามการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตุการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย (SOHR)
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นนับพัน ๆ ครั้งในปฎิบัติการทางอากาศตลอดเดือนที่ผ่านมาของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาดต่อเป้าหมายพลเรือนในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออก
ส่งผลให้เมื่อวันเสาร์ที่่(17 มีนาคม)ผ่านมาพลเรือนอย่างน้อย 10,000 คนหนีออกจากพื้นที่ อันเป็นปลจากการทิ้งระเบิดทางอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่(16)ผ่านมามีพลเรือน 46 คนรวมทั้งเด็ก 6 คนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในเขต Kafr Batna
โดยที่ในช่วงเช้าของวันศุกร์มีรายงานว่าพลเรือนชาวซีเรียราว 12,000 ถึง 13,000 คน อพยพหนีตายออกจากดินแดนฝั่งตะวันออกของดามัสกัส
พวกเขาต้องละทิ้งบ้านเรือน โดยนำเพียงของใช้จำเป็นติดตัวไป พร้อมกับยานพาหนะ ขณะที่หลายคนต้องเดินทางอย่างสิ้นหวังออกจากดินแดนที่ถูกปิดล้อมเข้าสู่พื้นที่ยึดครองของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด
สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในย่านชานเมืองทางตะวันออกของกรุงดามัสกัสได้แย่ลงตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์เมื่อเครื่องบินรบของรัสเซียที่ได้เข้าร่วมสนับสนุนภาระกิจทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายในดินแดนที่ถูกปิดล้อมแห่งนี้ที่ได้ทำให้มีพลเรือนราว 1,250 คน เสียชีวิต การโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่องแม้จะมีมติให้หยุดยิง 30 วันจากสหประชาชาติมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
การทิ้งระเบิดโจมตีอย่างหนักต่อเป้าหมายพลเรือนราว 400,000 คนในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออกที่ถูกปิดล้อมมายาวนานตั้งแต่ปี 2013 ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างรุนแรงในพื้นที่
กองกำลังติดอาวุธของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้ยกกำลังเข้าไปในดินแดนถูกปิดลอมส่งผลให้พลเรือนจำนวนมากหนีตายไปยังดินแดนที่ถูกปิดล้อมในส่วนที่เหลือ หลังพื้นที่ถูกตัดขาดจากกั้นและแบ่งออกจาก 3 ส่วน
ในบรรดาพลเรือนหลายพันคนที่หลบหนีไปจากเมือง Hamouriyah ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มนักรบฝ่ายต่อต้านซีเรีย กับกองกำลังติดอาวุธในระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด
กองกำลังของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้ปิดล้อมเมือง Hamouriyah โดยชาวบ้านระบุว่าพวกเขาขาดแคลนน้ำดื่มอย่างหนัก และไม่มียารักษาโรค แต่ด้านฝ่ายต่อต้านซีเรียระบุว่าพวกเขายังคงรักษาฐานที่มั่นในเมืองดังกล่าวได้ต่อไป
หน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติในซีเรียกล่าวว่าชาวซีเรียในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออกได้หนีตายออกจากพื้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีพลเรือนราว 12,000 – 16,000 คนที่ยังคงติดอยู่ในพื้นที่ในวันเสาร์ที่ผ่านมา
“ส่วนใหญ่ของผู้ที่อพยพออกจากพื้นที่ Hamouriyah รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์เร่งด่วนจาก Douma ด้วย” Mysa Khalaf โฆษกของ UNHCR กลาวกับอัล-ญะซีเราะห์ จากกรุงดามัสกัส
“ยังไม่ชัดเจนถึงจุดหมายปลายทางของผู้ลี้ภัยทั้งหมดที่ออกจากดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออก” เธอกล่าว
สำนักงาน UNHCR ในเมืองหลวงของซีเรียยืนยันว่ามีพื้นที่พักพิงชั่วคราว 3 แห่งในบริเวณกรุงดามัสกัสหลังจากพลเรือนที่เดินทางมาจากฆุตเฎาะห์ตะวันออกเดินทางมาถึง Dwier, Hejelleh และ Adra
สหประชาชาติได้ส่งมอบสิ่งของฉุกเฉินเช่นอาหารที่นอนผ้าห่มและชุดสุขอนามัยและเตรียมความพร้อมสำหรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่มาถึง” เธออธิบายถึงบรรยากาศในที่พักอาศัย
“คลินิกเคลื่อนที่ให้บริการทางการแพทย์ และการฉีดวัคซีนแก่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบผู้ที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์กำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองดามัสกัส”
ตามที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้รับอนุญาตให้บรรทุกอาหารส่งไปยัง 25 แห่งของเมือง Douma ในดินแดนฆุตเฎาะห์ตะวันออก
ไม่ชัดเจนว่าการส่งมอบความช่วยเหลือจะใช้เวลานานเพียงใดสำหรับการส่งมอบความช่วยเหลือให้กับพลเรือนมากถึง 125,000 ราย
ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่(15)ผ่านมา ซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 ปีของความรุนแรงในซีเรียที่ทำให้มีพลเรือนกว่า 465,000 คนถูกสังหาร และอีกหลายล้านคนต้องกลายเป็นผู้อพยพหนีตายออกจากบ้านเรือนของตน




