An Indonesian national board for disaster management MI-17 helicopter water-bombs a fire spot over Ogan Komering Ilir area, in South Sumatra province, on October 17, 2015. Indonesia launched its biggest operation ever to combat fires blanketing Southeast Asia in haze, an official said, with dozens of planes and thousands of troops battling the widespread blazes. AFP PHOTO / Abdul QODIR

รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมมาเลเซียคาดปัญหาหมอกควันไฟป่าที่กำลังบั่นทอนสุขภาพประชาชนในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนซึ่งจะเริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้เตือนว่า อาจจะต้องใช้เวลาจนถึง “สิ้นปี” กว่าคุณภาพอากาศจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

แรงกดดันจากเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งถูกหมอกควันพิษปกคลุมมานานหลายสัปดาห์ ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้องประกาศยอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติเมื่อต้นเดือนนี้ หลังปฏิบัติการต่อสู้ไฟป่าซึ่งเกิดจากการ “แผ้วถางและเผา” เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันบนเกาะสุมาตราและบอร์เนียว ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม วัน ญุไนดี ตวนกู ญาฟาร์ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย ได้ออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ (19 ตุลาคม)ว่า ความพยายามดับไฟในช่วงนี้คงไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และอาจต้องรอจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูมรสุมในเดือนพฤศจิกายน

“ถ้าไม่มีฝนตกลงมาช่วย ไม่มีทางที่การแทรกแซงของมนุษย์จะดับไฟทั้งหมดได้” วัน ญุไนดี ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมที่อาคารรัฐสภา พร้อมระบุว่า ไฟป่าในอินโดนีเซียได้ลุกลามจนกินพื้นที่กว้างขวาง แม้นานาชาติจะส่งเครื่องบินและสารเคมีเข้าไปช่วย “ก็ไม่เพียงพอที่จะดับไฟ”

“เราได้แต่รอคอยฝนที่จะเริ่มตกช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคงจะช่วยให้ไฟป่าดับลงได้”

แม้หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียจะเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าปีนี้สถานการณ์อาจเลวร้ายเป็นพิเศษ เพราะได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งจากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ”

เฮอร์รี ปุรโนโม นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเพื่อการวิจัยป่าไม้ในอินโดนีเซีย อ้างข้อมูลภูมิอากาศซึ่งบ่งชี้ว่า ฤดูแล้งรวมถึงปัญหาหมอกควันในปีนี้อาจกินเวลาไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งนานกว่าปกติราวๆ 2 เดือน

“นั่นหมายความว่า หมอกควันจะยังไม่หมดไปในเดือนพฤศจิกายน ต่อให้ล่วงเข้าเดือนธันวาคมก็จะยังมีปัญหาอยู่” เขากล่าว

ปุรโนโม ระบุว่า ไฟป่าในปีนี้ขยายวงกว้างมากกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากมีที่ดินถูกแปลงเป็นสวนปาล์มน้ำมันและพื้นที่เพาะปลูกพืชชนิดอื่นๆ เพิ่มขึ้น

วันศุกร์ที่แล้ว (16) ทางการอินโดนีเซียได้เริ่มภารกิจต่อสู้ไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุด โดยมีการส่งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ 32 ลำ รวมถึงเครื่องบินจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย 6 ลำ และทหารอีกกว่า 22,000 นาย เข้าไปสกัดกั้นเพลิงซึ่งเกิดจากการแผ้วถางและเผาพื้นที่ป่าอย่างผิดกฎหมายบนเกาะสุมาตรา และบอร์เนียว

มลพิษในอากาศที่พุ่งสูงทำให้ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์หลายพันคนล้มป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้หมอกควันที่ปกคลุมท้องฟ้ายังทำให้ทัศนวิสัยลดลง ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบิน รวมถึงงานอีเวนต์นานาชาติที่มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงนี้

สุโตโป ปุรโว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ (19) ว่า วิกฤตไฟป่าในปีนี้ “ยังแก้ไม่สำเร็จ” และจากข้อมูลดาวเทียมก็พบว่า อินโดนีเซียยังคงมี “ฮอต สป็อต” ซึ่งหมายถึงจุดที่มีเพลิงไหม้หรือมีความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุ มากกว่า 1,500 แห่ง

“ตัวเลขที่แท้จริงคงมากกว่านี้ เพราะสัญญาณดาวเทียมไม่สามารถทะลุผ่านหมอกควันที่หนาทึบบนเกาะสุมาตราและบอร์เนียวได้” เขากล่าวเสริม

รัฐบาลมาเลเซียมีคำสั่งให้โรงเรียนในกรุงกัวลาลัมเปอร์และอีกหลายรัฐทั่วประเทศปิดการเรียนการสอนตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันอังคาร (20) เนื่องจากค่ามลพิษเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนสิงคโปร์ซึ่งคุณภาพอากาศย่ำแย่ในช่วงสุดสัปดาห์เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นบ้างเมื่อวันจันทร์ (19)

ความคิดเห็น

comments

By admin