Sunday, 19/11/2017 | 4:03 UTC+7
i-News

ตร.กาฬสินธุ์ถูกด่า หลังนักเลงคีย์บอร์ดทำเพจปลอมอ้างเก๋งชนเด็ก 2 ขวบตาย-ยายตาบอดขอค่าทำศพ

เพจลวงโลกทำตำรวจเมืองกาฬสินธุ์ป่วน เมื่อนักเลงคีย์บอร์ดตัดต่อภาพเด็กสองขวบถูกเก๋งชนตายข้างถนนประกบภาพยายตาบอดนั่งพนมมือร้องขอความเป็นธรรม แถมแต่งเรื่องคนขับเป็นข้าราชการใหญ่อ้างตำรวจไม่ทำคดีในเขต สภ.หนองกุงศรี ทำเอานายอำเภอ-ผกก.สภ.หนองกุงศรี นอนไม่หลับถูกนายจวกทั้งคืน สุดท้ายลุยตรวจสอบไม่พบทั้งเด็กและยาย ส่งสายสืบไล่ล่าดำเนินคดี ลั่นเป็นความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โทษสูงจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

จากกรณีเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (25 กันยายน) ปรากฏภาพในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เฟซบุ๊ก (FB) มีการแชร์ภาพ เด็กสองขวบถูกเก๋งชนตายข้างถนน ประกบภาพภาพยายตาบอดนั่งพนมมือในบ้านผุพังนั่งร้องขอความและค่าทำศพ โดยผู้โพสต์อ้างว่าได้รับเรื่องจากนางเพียร พูสะอาด อายุ 69 ปี อาศัยอยู่ในบ้านไม่มีเลขที่ใน ต.เสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เป็นเหตุหลานชายอายุ 2 ขวบถูกรถเก๋งหรูชนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23/9 และยังบอกว่าพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์แจ้งทะเบียนรถและคนขับอย่างชัดเจนไว้ที่ สน.ท้องที่ โดยคนขับเป็นข้าราชการในพื้นที่ แต่เมื่อสอบถามไปยัง สน.พื้นที่รับเรื่องได้คำตอบว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่สามารถเขียนสำนวนส่งเรื่องได้ พร้อมทั้งบรรยายว่าคุณยายเพียร พูสะอาด อายุ 69 ปี อาศัยบ้านไม่มีเลขที่ ต.เสาเล้า อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้พิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิด ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านสังกะสีเก่าๆ ตามลำพังกับหลานชาย 1 คน ไม่มีรายได้มีเพียงน้ำดื่มและอาหารเหลือกินของบ้านข้างๆ พอประทังชีวิตไปวันๆ กรณีดังกล่าวได้สร้างความสั่นสะเทือนต่อวงการตำรวจและข้าราชการในพื้นที่

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (26) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าว MGR Online ได้ลงพื้นที่พร้อมติดต่อนายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ นายอำเภอหนองกุงศรี และ พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพัน ผกก.สภ.หนองกุงศรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ทราบว่าตลอดทั้งคืนของวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนายอำเภอและ ผกก.สภ.หนองกุงศรี รับโทรศัพท์แทบสายไหม้เนื่องจากมีผู้ใหญ่โทรศัพท์มาสอบถามเป็นจำนวนมากหลังจากมีการโพสต์และแชร์ต่อในโลกโซเชียลฯ โดย ผกก.สภ.หนองกุงศรี ได้นัดทีมข่าวไปพร้อมกันยังที่ว่าการอำเภอหนองกุงศรี

โดยทันทีที่ถึงที่ว่าการอำเภอหนองกุงศรี นายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ นายอำเภอหนองกุงศรี และ พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพัน ผกก.หนองกุงศรี ได้เชิญนายสมบูรณ์ ราชโคตร ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนมาคีย์ของมูล ชื่อนางเพียร พูสะอาด อายุ 69 ปี ในทะเบียนราษฎรหลายครั้งไม่ปรากฏว่ามีตัวตน พร้อมกับได้เชิญตัวนายวิไล ผจงถิ่น กำนันตำบลเสาเล้า และนายพลรัตน์ ศรีสุพัฒน์ ประธานชมรมผู้พิการตำบลเสาเล้า นายสนอง หมื่นภู ผอ.กองสวัสดิการและสังคม อบต.เสาเล้า ซึ่งดูแลเบี้ยยังชีพของผู้พิการ ทั้งหมดยืนยันว่าพื้นที่ตำบลเสาเล้าไม่ปรากฏตัวตนของนางเพียร พูสะอาด ไม่ว่าจะเป็นในทะเบียนราษฎร หรือในกลุ่มผ้พิการ และในส่วนของ อบต.เสาเล้า โดยทุกคนยืนยันอย่างหนักแน่น

นายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ นายอำเภอหนองกุงศรี กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่าได้สร้างความสั่นสะเทือนในสังคมคนหนองกุงศรี เพราะเป็นภาพที่ใครเห็นแล้วจะมีความรู้สึกว่าข้าราชการ หรือตำรวจทำไมปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ กรณีนี้ถ้าเป็นความจริงจะเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่หลังจากตรวจสอบตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่พบ เพราะได้สอบถามไปตำรวจ ผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนราษฎรก็ไม่ปรากฏว่ามีตัวตนจริง

กรณีนี้ได้สร้างความเสียหายทำให้ประชาชนตื่นตกใจ เป็นการให้ร้ายในการทำงานซึ่งได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จึงขอให้ผู้ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กได้พิจารณาก่อนว่าสิ่งที่ทำได้ทำให้จังหวัดกาฬสินธุ์เสียหาย เหตุการณ์นี้ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ซึ่งทางอำเภอก็จะร่วมติดตามหาตัวนักเลงคีย์บอร์ดรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้

ด้าน พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพัน ผกก.สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า เรื่องนี้ถูกผู้ใหญ่ตำหนิและให้ชี้แจงเป็นการด่วน เพราะหากมีเรื่องนี้จริงถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิเสธนั้นจะต้องถูกลงโทษ แต่ภายหลังตรวจสอบตลอดทั้งคืนซึ่งได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้นำหมู่บ้านตำบลเสาเล้า ทุกกลุ่มองค์กรยืนยันว่าคุณยายเพียร พูสะอาด อายุ 69 ปี ไม่มีตัวตนจริง เพราะถ้ามีจะต้องได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นเงินผู้พิการจะต้องไม่ถูกทอดทิ้งอยู่แล้ว

“ได้ส่งสายสืบติดตามนักเลงคีย์บอดมาดำเนินคดี ซึ่งโทษความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท เพราะเป็นกรณีที่สร้างความวุ่นวายในสังคมให้ประชาชนตื่นตระหนกจากการสร้างข่าวที่เป็นเท็จ” พ.ต.อ.พุฒินันท์กล่าว และว่าขอความร่วมมือประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูล และ บุคคลที่ไม่หวังดีโดยเฉพาะนักเลงคีย์บอด ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามมาเพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้ ทราบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวก็ได้ปิดตัวหายไปแล้วภายหลังจากที่มีการนำภาพนี้มาแชร์ในโลกโซเชียลฯ

ความคิดเห็น

comments

About