องค์กรความร่วมมือชาติอิสลาม OIC เตรียมการประชุม หลังกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ ซึ่งมีฐานที่มั่นในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าหวังโจมตีมหานครมักกะห์
World Bulletin รายงานว่า Iyad Ameen Madani เลขาธิการองค์การความร่วมมือชาติอิสลาม (OIC) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์(31 ตุลาคม)ว่าจะจัดกระประชุมวิสามัญขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายนเพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายกับมหานครมักกะห์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมากกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ที่มีฐานที่มั่นในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธโดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีมหานครมักกะห์ เมืองสำคัญในศาสนาอิสลาม
ในแถลงการณ์ Iyad Ameen Madani กล่าวว่าการประชุมจะจัดขึ้นในเจดดาห์ในระดับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ
การประชุมมีขึ้นตามข้อเรียกร้องของซาอุดิอาระเบีย หลังจากได้ยิงสกัดขีปนาวุธเมื่อวันพฤหัสบดี(27 ตุลงคม) ห่างมักกะห์ 65 กิโลเมตร (40 ไมล์) โดยขีปนาวุธมีต้นทางมาจากฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ในเยเมน
ตามรายงานของสำนักข่าว Saudi Press Agency (SPA) อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดิอาระเบีย ระบุว่า จรวดถูกยิงมาจากจังหวัด Saada ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเยเมน ที่มั่นสำคัญหนึ่งของกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์
ขณะที่โฆษกกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ได้ออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบสำหรับความพยายามยิงขีปนาวุธโจมตีมหานครมักกะห์
“เราไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่พลเรือนใด ๆ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับการตอบโต้ในความขัดแย้งนี้” Mohamed Abdulsalam โฆษกกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ โดยไม่ได้ปฎิเสธว่ามีการยิงขีปนาวุธข้ามพรมแดนเข้าไปในซาอุดิอาระเบียจริง
มักกะห์คือ “ความรักที่อยู่ในหัวใจของชาวมุสลิม และชาวเยเมน” เขากล่าว พร้อมอ้างว่าการเผยแพร่ข่าวสารของซาอุดิอาระเบียที่ระบุว่ากลุ่มของพวกเขามีเป้าหมายโจมตีมักกะห์เป็น”ความพยายามที่จะปลุกระดมความรู้สึกของชาวมุสลิม”
ขณะทีกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ออกแถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันเสาร์(29) โดยอ้างว่าเป้าหมายในการโจมตีที่แท้จริงสนามบินนานาชาติ King Abdul Aziz ในเจดดะห์ ซึ่งสนามบินนานาชาติเป็นเป้าหมายพลเรือนเช่นกันขัดกับแถลงการณ์ของ Mohamed Abdulsalam โฆษกกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ ที่ระบุว่าไม่มีการกำหนดเป้าหมายในการโจมตีไปยังเป้าหมายพลเรือนแต่อย่างใด
เยเมนตกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายตั้งแต่ปลายปี 2014 เมื่อกลุ่มกบฎชีอะห์ฮูธีย์ และพันธมิตรของพวกเขาได้ใช้กำลังบุกยึดกรุงซานาเมืองหลวงของเยเมน และเมืองสำคัญๆ อื่นๆ ส่งผลให้รัฐบาลเยเมนต้องหลบหนีไปตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นขึ้นในซาอุดิอาระเบียเป็นการชั่วคราว
ความรุนแรงได้ตึงเครียดขึ้นหลังจากรัฐบาลเยเมนส่งจดหมายขอความช่วยเหลือไปยังสหประชาชาติเมื่อเดือนมีนาคม ทำให้รัฐบาลซาอุดิอาระเบียพร้อมกับกลุ่มประเทศพันธมิตรตัดสินใจเปิดการโจมตีทางอากาศเพื่อปลดปล่อยเยเมนจากการยึดครองของกลุ่มกบฎ และเปิดทางให้รัฐบาลของชาวเยเมนได้กลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง

