Wednesday, 22/5/2019 | 1:37 UTC+7
i-News

พม่าเริ่มปิดค่ายผู้พลัดถิ่นในยะไข่ ย้ำไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

พม่าเริ่มปิดค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ 3 แห่ง ในรัฐยะไข่ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าระดับสูงของรัฐบาลในวันอังคาร (11) พร้อมทั้งปฏิเสธการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮิงญาในพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการปราบปรามทางทหารเกิดขึ้นจนทำให้ประชาชนกว่า 75,000 คน ต้องอพยพไปบังกลาเทศ

ประชาชนหลายหมื่นคนจากชุมชนชาวมุสลิมและชาวพุทธของรัฐยะไข่สิ้นสุดลงที่ค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศหลังเกิดเหตุความรุนแรงระหว่างศาสนาขึ้นในพื้นที่เมื่อ 5 ปีก่อน

การปิดค่ายผู้พลัดถิ่นเป็นครั้งแรกนี้ เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการภายใต้การนำของนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลปิดค่ายเหล่านี้ ในส่วนหนึ่งของมาตรการต่างๆ ที่มีเป้าหมายบรรเทาความตึงเครียดทางชาติพันธุ์

ต่อง ทุน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้เริ่มปิดค่าย 3 แห่ง ที่มีชื่ออยู่ในรายงานของคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยค่ายของชาวยะไข่ และค่ายของชาวมุสลิม โดยค่ายที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งสามค่ายนี้ มีบ้านพักที่ชาวมุสลิมโรฮิงญาอาศัยอยู่มากกว่า 200 หลัง

“เราได้เริ่มกระบวนการปิดค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ 3 แห่ง” ต่อง ทุน กล่าวแถลง โดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในค่ายเหล่านี้จะย้ายไปอยู่ที่ใด

“ในเมืองจอก์พยู มีค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศสำหรับชาวยะไข่ ส่วนเมืองสิตตเวสำหรับกลุ่มชาวโรฮิงญา และเมืองรัมรี ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมกะมัน” ต่อง ทุน กล่าว

นอกจากการปิดค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศแล้ว ต่อง ทุน ยังได้กล่าวป้องรัฐบาล โดยระบุว่า ทางการกำลังทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในการดำเนินกระบวนการตรวจสอบสัญชาติ

“เราต้องการแก้ไขปัญหาการไร้สัญชาติ เราต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เราก้าวไปข้างหน้า” ต่อง ทุน กล่าว

การโจมตีด่านชายแดนพม่าในเดือนตุลาคม เมื่อปีก่อนโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮิงญา ได้จุดชนวนวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดของปีภายใต้การปกครองของนางอองซานซูจี ซึ่งรายงานของสหประชาชาติในเดือนกุมภาพันธ์ ระบุว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของพม่าได้ก่อเหตุสังหารหมู่และรุมข่มขืนชาวโรฮิงญาระหว่างดำเนินการกวาดล้างผู้ก่อความไม่สงบ ที่อาจเทียบได้กับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

แต่ทหารปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ โดยระบุว่าทหารปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ต่อง ทุน ได้ย้ำคำกล่าวของนางอองซานซูจีที่ให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อไม่นานนี้ว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นคำที่รุนแรงเกินไปที่จะใช้อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“ไม่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในยะไข่” ต่อง ทุน กล่าวกับกลุ่มนักการทูตในนครย่างกุ้ง

“มันเป็นเรื่องของประชาชนที่อยู่คนละฝ่ายของความแตกแยก และรัฐบาลกำลังพยายามอย่างหนักที่จะจัดการแก้ไขสถานการณ์และปิดช่องว่างนั้น” ต่อง ทุน กล่าว

ความเห็นของต่อง ทุน มีขึ้นท่ามกลางการสืบสวนข้อกล่าวหาของคณะต่างๆ ที่รวมทั้งคณะทำงานที่มีรองประธานาธิบดีมี้น ส่วย เป็นประธาน

เมื่อเดือนที่ผ่านมา คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติตกลงที่จะส่งคณะค้นหาข้อเท็จจริงระหว่างประเทศมายังพม่าเพื่อดำเนินการสืบสวนข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่พม่าคัดค้าน โดยต่อง ทุน ระบุว่า รัฐบาลต้องการเวลาและพื้นที่ที่จะจัดการกับปัญหา หากพบหลักฐานชัดเจนของการกระทำผิด ทางการจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ความคิดเห็น

comments

About