Sunday, 19/11/2017 | 11:57 UTC+7
i-News

“ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมย่อมสำคัญกว่าประโยชน์ทางการค้า” เคนยาห้ามใช้ถุงพลาสติก โทษคุก 4 ปี

กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกเริ่มมีผลบังคับใช้ในเคนยา มีผลทำให้ตั้งแต่วันจันทร์ (28 สิงหาคม) เป็นต้นไป หลังจากศาลสูงไม่รับคำร้องของบริษัทผู้นำเข้าถุงพลาสติกโดยระบุ “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมย่อมสำคัญกว่าประโยชน์ทางการค้า” โดยกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ผู้ที่จำหน่าย ผลิต หรือถือถุงพลาสติกจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 38,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,260,000 บาท) หรือจำคุกสูงสุด 4 ปี

รัฐบาลให้เหตุผลว่ามาตรการนี้จะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม เนื่องจากชาวเคนยาใช้ถุงพลาสติกมากถึง 24 ล้านใบต่อเดือน ขณะที่บริษัทผลิตถุงแย้งว่ากฎหมายนี้จะทำให้พวกเขาต้องเลิกจ้างคนงานถึง 80,000 ตำแหน่ง

ศาลเคนยามีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (25) ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งแบนถุงพลาสติก

หลายประเทศในทวีปแอฟริกาได้ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกไปแล้วก่อนหน้านี้ เช่น แอฟริกาใต้ รวันดา และเอริเทรีย และนี่เป็นความพยายามครั้งที่ 3 ในรอบ 10 ปีของรัฐบาลเคนยาที่จะขจัดปัญหาพลาสติกล้นเมือง

แอนน์ ซอย ผู้สื่อข่าว BBC จากกรุงไนโรบีเมืองหลวงเคนยา ระบุว่า แม้ชาวเคนยาส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับมาตรการนี้ แต่หลายคนยังกังวลว่าผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับถุงพลาสติกซึ่งร้านค้าใส่ของให้ฟรีๆ จะปรับตัวกันได้หรือไม่

สำนักงานบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเคนยาออกมาเตือนแล้วว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าเคนยาพร้อมกับสินค้าปลอดภาษีที่หิ้วมาในถุงพลาสติกจะต้องทิ้งของเหล่านั้นไว้ที่สนามบิน

รัฐบาลเคนยาอนุโลมให้ประชาชนปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ใหม่เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้วเมื่อค่ำวันอาทิตย์ (27) อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตที่จำเป็นต้องใช้พลาสติกห่อสินค้ายังได้รับการยกเว้น

สัปดาห์ที่แล้ว ศาลสูงกรุงไนโรบีได้พิพากษาไม่รับคำร้องของบริษัทผู้นำเข้าถุงพลาสติก 2 ราย โดยระบุว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมย่อมสำคัญกว่าประโยชน์ทางการค้า

ผลวิจัยในยุโรปชี้ว่า ถุงกระดาษ 1 ใบควรนำมาใช้ซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้งจึงจะสามารถชดเชยปริมาณคาร์บอนที่ใช้ในการผลิตและขนส่ง ขณะที่ถุงพลาสติกอย่างที่เรียกกันว่า “bag for life” ควรใช้ซ้ำอย่างน้อย 4 ครั้ง และถุงผ้าฝ้ายควรใช้ 131 ครั้ง

ความคิดเห็น

comments

About