เรือมนุษย์ขน 80 ชาวโรฮิงญาเดินทางด้วยเรือไม้หนึตายจากความรุนแรงในพม่ามาถึงชายฝั่งอินโดนีเซียในวันศุกร์ (20 เมษายน) ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ชายฝั่งอินโดนีเซีย
ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ขึ้นฝั่งในจังหวัดอาเจะห์บนเกาะสุมาตรา เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากชนเรือมนุษย์ที่นำชาวโรฮิงญาหลายสิบคนเข้าเทียบฝั่งในมาเลเซีย
พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนว่าจะแข็งแรงดี ริซา ยูเลียนโต หัวหน้าตำรวจท้องถิ่นกล่าว พร้อมระบุว่ายังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาอยู่กลางทะเลมานานเท่าใด
“อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ(ขอบคุณพระเจ้า)ที่พวกเขาทั้งหมดปลอดภัยดี ถึงแม้ว่าสองสามคนจะเป็นเด็กก็ตาม” เขาบอกกับเอเอฟพี
“เรามอบอาหารให้พวกเขา และเรากำลังตรวจสุขภาพของพวกเขาทีละคนอย่างละเอียด”
นับแต่ปี 2015 วิกฤติเรือมนุษย์ที่ชาวโรฮิงญาจำนวนมากได้ล่องเรือออกมาจากพม่าออกมากลางทะเล แต่หลังจากถูกปราบปรามอย่างหนักต่อเครื่อข่ายค่ามนุษย์ของทางการ การล่องเรือเช่นนี้ก็แทบไม่เกิดขึ้นอีก
แต่ก็มีความกังวลกันว่า ผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่สิ้นหวังอาจเริ่มกลับมาใช้ทะเลหลวงอีกครั้งหลังจากพม่าได้กลับมาใช้วิธีการกวาดล้างที่รุนแรงต่อชาวโรฮิงญาตั้งแต่ 25 สิงหาคม ที่ส่งผลให้ชาวโรฮิงญากว่า 700,000 คนต้องหนีไปยังบังกลาเทศ
ในเดือนนี้ คนกลุ่มหนึ่งที่ประกอบด้วยชายชาวโรฮิงญา 2 คน อายุ 28 และ 33 ปี หญิงวัย 20 ปี เด็กสาววัย 15 ปี และเด็กชายวัย 5 ขวบถูกพบในเรือเล็กๆ นอกชายฝั่งภาคใต้ของไทยและพม่า ห่างจากอาเจะห์ราว 325 กิโลเมตร
ชาวประมงท้องถิ่นชาวอินโดนีเซียนำตัวพวกเขาขึ้นฝั่งอาเจะห์ ก่อนที่พวกเขาจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนำไปกักตัว
คนกลุ่มนี้กล่าวว่า พวกเขาเดินทางพร้อมกับชาวโรฮิงญาอีก 20 กว่าคนแต่ถูกแยกออกจากกันและติดอยู่กลางทะเลมานาน 20 วัน
พวกเขาหลงทางกับคนอีก 5 คนที่อดอาหารจนเสียชีวิตในภายหลังและศพของพวกเขาถูกโยนลงน้ำ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่
ในปี 2015 ชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนเข้ามายังชายฝั่งในอาเจะห์ซึ่งพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวเมืองแห่งนี้

