Sunday, 22/7/2018 | 2:39 UTC+7
i-News

ยามฝั่งอิตาลียอมให้ “105 ลี้ภัยกลางทะเล” ย้ายไปเรือลำใหญ่หลังอ้างต้องให้อังกฤษอนุญาต

เมื่อวันจันทร์ (7 พฤษภาคม) หน่วยงานยามฝั่งอิตาลียินยอมให้มีการเคลื่อนไหวผู้อพยพจำนวน 105 คนที่ได้รับการช่วยชีวิตจากกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สามารถย้ายไปยังเรือที่แข็งแรงที่มีความปลอดภัยมากกว่า หลังจากอ้างต้องได้รับความยินยอมจากอังกฤษก่อนเนื่องจากเรือกู้ภัยของ NGO ติดธงชาติอังกฤษ

เอพีรายงานวันอังคาร (8 พฤษภาคม)ว่า ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบหลายเดือนที่ทาง “อิตาลี” จงใจทำให้เกิดความล่าช้าในการอนุญาตให้บรรดาผู้อพยพที่ได้รับการช่วยเหลือสามารถถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย โดยการอ้างแนวปฎิบัติอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนระบบราชการที่ล่าช้า ที่ดูเหมือนเป็นเสมือนแทคติกในการทำให้บรรดากลุ่ม NGO ช่วยเหลือผู้อพยพพากันถอดใจจากการช่วยชีวิตผู้อพยพจากกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

โดยกลุ่ม โปรแอกติวา โอเพน อาร์มส์ (Proactiva Open Arms) ของสเปนกล่าวว่า ผู้ลี้ภัย ที่รวมไปถึงเด็ก 6 คน และผู้เยาว์ที่เดินทางตามลำพังอีก 32 คน อยู่ในอาการทรงตัวในวันจันทร์(7) แต่ทว่าคนเหล่านี้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้าย และอาศัยอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมระหว่างการโดยสารเรือเดอะ แอสทรัล( the Astral) ซึ่งเป็นเรือพายที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นเรือช่วยชีวิตที่ทางกลุ่มโปรแอกตีฟ โอเพน อาร์มส์ใช้ในการช่วยเหลือการกู้ภัย

ในขณะที่เรืออควอเรียส ซึ่งเป็นเรือกู้ภัยที่ลำใหญ่กว่าของกลุ่มองค์กร NGO สัญชาติฝรั่งเศส เอสโอเอส เมดิเตอร์รานี( SOS Mediterranee ) ต้องรอเกือบตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้(7)เพื่อที่จะนำตัวผู้อพยพไปยังจุดที่ปลอดภัย

ทั้งกลุ่ม NGO ทั้งสองกล่าวว่า เรือกู้ภัยทั้ง 2 ลำติดธงชาติอังกฤษ ต้องรอการได้รับอนุญาต ซึ่งรอมาตั้งแต่ช่วงต้นของวันจันทร์(7) ที่ระยะ 25 ไมล์ทะเลห่างจากเมืองคอมส์(Khoms) บนชายฝั่งลิเบีย ซึ่งหน่วยยามชายฝั่งอิตาลีแถลงว่า ทางอังกฤษได้อนุญาตสำหรับการเคลื่อนย้าย แต่ทางอังกฤษกล่าวว่า จะไม่มีการร่วมจัดการในการกู้ภัย

“พวกเขาต่างโยนบอลเข้าใส่ซึ่งกันและกัน และพวกเราอยู่ตรงกลาง” กับตันเรือเดอะแอสทรัล ริคคาร์โด กัตติ(Riccardo Gatti) กล่าว โดยเขาได้กล่าวโทษไปทั้งเจ้าหน้าที่อิตาลีและอังกฤษ ที่ปล่อยให้รอนานกว่า 30 ชั่วโมง หลังจากที่บรรดาผู้ลี้ภัยถูกช่วยเหลืออกมาจากเรือยางที่ไม่มีเครื่องยนต์ที่คว่ำกลางทะเล

“สถานการณ์เริ่มเลวร้ายที่ไม่อาจจะทนได้ เนื่องมาจากสภาพอากาศที่แย่ลง มีความหนาวเย็น และเงื่อนไขทางสุขอนามัยและสุขภาพบนเรือ” กัตติกล่าวต่อ

เอพีรายงานว่า ก่อนหน้าพบว่าเรือกู้ภัยอีกลำของกลุ่ม NGO สเปนถูกยึดไว้เป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยเจ้าหน้าที่อิตาลี ก่อนที่ผู้พิพากษาบนเกาะซิซีลีจะพิพากษาสั่งให้คืนกลับไปให้ทางโปรแอกตีวา โอเพน อาร์มส์เมื่อต้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ทางอัยการอิตาลียังคงอยู่ในการสืบสวนว่า ลูกเรือกลุ่ม NGO สมควรถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในการให้ความช่วยเหลือการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่

ด้านสำนักงานทางทะเลอังกฤษและยามฝั่ง(The British Maritime and Coast Guard Agency )แถลงว่า ทางสำนักงานรับรู้ถึงเหตุที่เกิดขึ้น และในการติดต่อกับหน่วยงานค้นหาและกู้ภัยต่างๆในพื้นที่ แต่กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการทำงานร่วมกับอังกฤษแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานยามฝั่งอิตาลีอ้างว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นมาจากฝ่ายอังกฤษ เป็นเพราะเรือกู้ภัยทั้ง 2 ลำนั้นติดธงชาติอังกฤษ ซึ่งพบว่าในช่วงค่ำวันจันทร์(7) หน่วยงานยามฝั่งอิตาลีออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 กล่าวว่า ทางหน่วยยามฝั่งอิตาลีอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ลี้ภัยได้ เนื่องจากเหตุผลช่วงเวลาที่สายมากแล้ว และเป็นเพราะทางฝ่ายอังกฤษไม่ได้ชี้แจงในรายละเอียดในการที่ต้องดำเนินการ

ซึ่งก่อนหน้า ทางหน่วยงานยามฝั่งได้อ้างไปถึงธรรมเนียมปฏิบัติสากลที่ต้องให้ชาติที่มีธงของตัวเองติดบนเรือเป็นผู้ร้องขออนุญาตที่จะให้เรือสัญชาติตัวเองสามารถจอดทอดสมอได้ ซึ่งเป็นแนวปฎิบัติที่ไม่เคยมีการบังคับใช้ก่อนนโยบายกวาดล้างการขึ้นฝั่งของผู้อพยพจะมีขึ้น

แต่ทว่าในธรรมเนียมปฎิบัติของกลุ่ม NGO นั้นจะรอไฟเขียวจากเจ้าหน้าที่ร่วมมือ ซึ่งส่วนใหญ่คือศูนย์ความร่วมมือการกู้ภัยทางทะเลอิตาลี(Italian Maritime Rescue Coordination Center) ก่อนที่จะเดินหน้าในการเคลื่อนย้าย หรือให้ปฏิบัติการช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเอสโอโอ เมดิเตอร์รานีชี้ว่า ทางหน่วยงานได้แจ้งต่อทุกฝ่ายในปฏิบัติการ ที่ทางกลุ่มวางแผนจะนำผู้ลี้ภัยทุกคนขึ้นบนเรือโดยที่ไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้า

โดยองค์การสหประชาชาติรายงานว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตในความพยายามที่จะข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 615 คน และผู้ลี้ภัยที่สามารถข้ามทะเลมาถึงฝั่งยุโรปได้สำเร็จมีราว 22,439 คนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2018

ความคิดเห็น

comments

About