Sunday, 16/12/2018 | 12:32 UTC+7
i-News

สหรัฐฯ ออกรายงานชี้ทหารพม่าวางแผนใช้ความรุนแรงกับโรฮิงญาอย่างเป็นระบบ

สหรัฐฯ ออกรายงานระบุพบหลักฐานการใช้ความรุนแรงอย่างเป็นระบบโดยทหารพม่าต่อชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา ซึ่งรวมทั้งการเข่นฆ่า และข่มขืนอย่างกว้างขวาง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานดังกล่าว ขณะเดียวกันกับการประกาศสนับสนุนเงินทุน จำนวน 185 ล้านดอลลาร์ สำหรับผู้ลี้ภัยโรฮิงญาระหว่างการประชุมที่สหประชาชาติว่าด้วยพม่า

การศึกษาของกระทรวงการต่างประเทศที่ได้จากการสัมภาษณ์ชาวโรฮิงญา 1,024 คน ที่ลี้ภัยอยู่ในบังกลาเทศในเดือน เมษายน ให้ข้อมูลสอดคล้องกันกับรายการจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน

รายงานฉบับนี้เลี่ยงการใช้คำว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือการกวาดล้างชาติพันธุ์ในการอธิบายถึงการสังหารหมู่ชาวโรฮิงญา กลุ่มชาวมุสลิมที่อาศัยในรัฐยะไข่ที่ถูกทหารพม่าใช้กำลังขับไล่ออกจากบ้านเกิด

“การสำรวจแสดงให้เห็นว่า เหตุความรุนแรงในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐยะไข่มีความรุนแรงขนาดใหญ่ กว้างขวาง และดูเหมือนมุ่งไปที่การคุกคามประชากรและขับไล่ชาวโรฮิงญา ขอบเขตและขนาดของปฏิบัติการทางทหารชี้ว่าพวกเขาวางแผน และประสานงานกันเป็นอย่างดี” รายงานของหน่วยสืบราชการลับ และวิจัยของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุ

“ในบางพื้นที่ ผู้กระทำผิดใช้ยุทธวิธีที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของผู้คนเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น การขังคนในบ้านและเผา การปิดล้อมหมู่บ้านก่อนยิงเข้าใส่ฝูงชน หรือจมเรือที่เต็มไปด้วยชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนขณะกำลังหลบหนี” รายงานระบุ

รายงานระบุว่า 82% ของผู้ลี้ภัยที่ให้สัมภาษณ์เป็นพยานรู้เห็นการสังหารเข่นฆ่า และ 51% รายงานเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ

กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า พยานที่มาจากหลากหลายหมู่บ้านต่างรายงานถึงการข่มขืนในลักษณะเดียวกัน ที่ทหารจะบังคับให้ผู้หญิงทุกคนออกจากบ้านของตนเอง

“จากนั้นพวกเขาจะเลือกผู้หญิงออกมากลุ่มเล็กๆ ราว 4-5 คน แต่ผู้ลี้ภัยบางคนรายงานว่า จำนวนอาจสูงถึง 20 คน และทหารที่มีมากราว 15 นาย จะพาตัวไปที่ทุ่งนา ป่า บ้าน โรงเรียน มัสยิด หรือห้องน้ำเพื่อข่มขืน” รายงานระบุ

“มีรายงานว่า เหยื่อหลายคนถูกฆ่าหลังจากนั้น แต่ไม่ทุกกรณี” รายงานระบุ และเสริมว่า บางกรณีทหารจะไล่ไปตามบ้านเพื่อหาหญิงสาวที่สวยที่สุดเพื่อข่มขืน

ชาวโรฮิงญามากกว่า 700,000 คน ต้องหนีตายไปบังกลาเทศ และหวาดกลัวที่จะเดินทางกลับพม่า หลังพม่ายังคงยืนกรานไม่ให้สถานะพลเมืองหรือเทียบเท่ากับชาวโรฮิงญากลุ่มนี้

เจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษที่เพิ่งเดินทางเยือนพม่าได้กล่าวเตือนในที่ประชุมรัฐมนตรีว่า ผู้นำทหารต้องรับผิดชอบต่อการกระทำทารุณโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวโรอิงญา

“หากในช่วงระยะเวลา 1 ปี เราไม่ได้สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตของผู้คนที่ได้รับผลกระทบนับล้านหรือมากกว่านั้น นั่นคือพวกเราต้องล้มเหลวในฐานะประชาคมระหว่างประเทศ” ฮันท์ กล่าว

นิกกี้ ฮาเลย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ได้ประกาศให้ทุนความช่วยเหลือจำนวน 185 ล้านดอลลาร์ สำหรับอาหาร น้ำ การดูแลสุขภาพ และความช่วยเหลือจำเป็นอื่นๆ ต่อผู้ลี้ภัย

ด้านญี่ปุ่นที่สานสัมพันธ์กับพม่ามาโดยตลอด ได้เรียกร้องให้พม่าสร้างสภาวะเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อการเดินทางกลับของผู้ลี้ภัย ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องการสนับสนุนรัฐบาลพลเรือนของพม่า

ทาโร โคโนะ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ยังเน้นย้ำว่า ประชาธิปไตยในพม่ายังคงอยู่ในขั้นต้นเท่านั้น และเพื่อที่พม่าจะไม่ถอยกลับไปสู่การปกครองทหาร การสนับสนุนของประชาคมระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น.

ความคิดเห็น

comments

About