Thursday, 22/11/2018 | 10:54 UTC+7
i-News

แฉ!!จีนสร้างค่ายกักอุยกูร์กลางทะเลทราย

เผยภาพถ่ายดาวเทียมที่ชี้ว่าจีนกำลังแอบสร้างค่ายกักกันมุสลิมอุยกูร์แห่งใหม่กลางทะเลทราย ซึ่งพิกัดที่ตั้งอยู่ด้านนอกเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ ดาบันเฉิง(Dabancheng) ห่างจากเมืองเอกประจำมณฑล อุรุมชี(Urumqi) ในเขตปกปครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ห่างออกไปราว 1 ชั่วโมงทางรถยนต์ ด้านสื่ฝรั่งเศสเปิดอาวุธในค่ายกักที่จีนใช้คุมชาวอุยกูร์ พบทั้งกระบองตำรวจ 2,768 อัน ปฎักไฟฟ้าสำหรับปศุสัตว์ 550 อัน กุญแจมือ 1,367 คู่ และสเปรย์พริกไทย 2,792 กระป๋อง

บีบีซี รายงานเมื่อวันพุธ(24 ตุลาคม)ถึงค่ายกักกันลับกลางทะเลทรายที่ทางการจีนกำลังก่อสร้างอยู่ในเวลานี้ ซึ่งค่ายกักกันลับแห่งนี้อยู่ที่บริเวณนอกเมืองดาบันเฉิง(Dabancheng) ห่างจากเมืองเอกประจำมณฑล อุรุมชี(Urumqi) ในเขตปกปครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ จากเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2015 เป็นพื้นที่รกร้างและมีแต่โอเอซิสกลางทะเลทรายเท่านั้น แต่อีกไม่ถึง 3 ปี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2018 พบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีสิ่งปลูกสร้างที่ดูมีความแน่นหนาเหมือนค่ายกักกันขนาดใหญ่ผุดขึ้น

สิ่งปลูกสร้างที่มีหอการ์ดผู้คุมเฝ้าระวังจำนวน 16 จุดในพื้นที่กำแพงด้านนอกความยาวร่วมมากถึง 2 กิโลเมตร

ซึ่งในการรายงานเชิงสอบสวนที่ทางบีบีซีส่งผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ยังมีการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียวในพื้นที่เดียวกันแต่ระยะเวลาต่างกันเพื่อดูถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

นอกเหนือภาพจากกูเกิลเอิร์ทแล้ว บีบีซียังใช้ฐานข้อมูลเซนทิเนล(Sentinel database) ขององค์การสำรวจอวกาศยุโรป โดยเปรียบเทียบความแตกต่างของภาพที่ถูกถ่ายไว้ได้เมื่อเดือนเมษายน ปีนี้ และในเดือนนี้ บีบีซีสรุปจากภาพที่เห็นว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก

ซึ่งจากโครงสร้างน่าจะเป็นที่ตั้งเรือนจำขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างไปทั่วเขตซินเจียงในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎเป็นอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีหอคอยการ์ดควบคุม 16 จุด

และจากการสัมภาษณ์ทางโทรศัทพ์ที่ได้จากการสุ่มหมายเลขท้องถิ่นซินเจียง ประชาชนในพื้นที่ต่างตอบกลับมาว่า อาคารที่ว่าเป็น “โรงเรียนปรับทัศนคติ” ที่มีชาวอุยกูร์ในซินเจียงจำนวนหลายหมื่นคนอยู่ด้านในแล้วในเวลานี้

ขณะที่เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธ(24) ถึงรายการจัดซื้อของส่วนรัฐบาลท้องถิ่นในค่ายกักกันในเขตปกครองตนเองซินเจียงเกิดขึ้นเมื่อต้นปี พบกระบองตำรวจ 2,768 อัน ปฎักไฟฟ้าสำหรับปศุสัตว์ 550 อัน กุญแจมือ 1,367 คู่ และพริกไทยกระป๋อง 2,792 กระป๋อง

ซึ่งเอเอฟพีชี้ว่า สิ่งของเหล่านี้นั้นห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า เพื่อช่วยให้ชาวอุยกูร์สามารถพัฒนาทักษะทางอาชีพตามที่ทางการจีนอ้างไว้ได้

เอเอฟพีชี้ว่า ได้ตรวจสอบเอกสารทางการกว่า 1,500 ชิ้นที่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะที่มีตั้งแต่สัญญาจัดซื้อและงบประมาณไปจนถึงรายงานทางการ ที่แสดงให้เห็นว่า ศูนย์ในเขตซินเจียงถูกใช้เป็นคุกมากกว่าโรงเรียนฝึกอาชีพตามการกล่าวอ้างของรัฐบาลจีน

ผู้คุมจำนวนหลายพันคนนั้นมีอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนเป็นต้นว่า แก๊สน้ำตา เครื่องช็อตไฟฟ้า และปฎักเพื่อควบคุมฝูงชนด้านในค่ายกักที่จีนเรียกว่า “นักเรียน” ภายในศูนย์ที่ล้อมไปด้วยขดลวดหนาม และกล้องตรวจจับระบบอินฟาเรด

เอเอฟพีระบุว่า ด้านในถูกจัดการด้วยระบบกองทัพ และได้รับการป้องกันด้านการรักษาความปลอดภัยไม่ต่างเรือนจำความมั่นคงสูง

ในเอกสารอ้างว่า การควบคุมที่เข้มงวดมีเป้าหมายสูงสุดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องห่างจากบรรพบุรุษ จากรากเดิมของตัวเอง จากความผู้กพัน และจากถิ่นฐาน เพื่อสร้างพลเมืองของชาติใหม่ เป็นไปตามคำสอนของลัทธิคอมมิวนิสต์

เอเอฟพี ยังชี้อีกว่า ในปี 2017 ค่าใช้จ่ายที่มาจากยุติธรรมส่วนกลาง (justice bureaus) ที่ให้กับเขตซินเจียงทั้งหมด พบว่างบส่วนใหญถูกเทไปให้กับการก่อสร้างอาคารและสิ่งที่จีนเรียกว่าศูนย์ฝึกอาชีพ โดยงบเหล่านี้ถูกใช้ไปเกือบ 3 พันล้านหยวน (432 พันล้านดอลลาร์) เกินกว่า 557% ที่ได้เคยวางแผนไว้

อย่างไรก็ตาม เคาน์ตีต่างๆ ทางใต้ได้งบพิเศษเพื่อช่วยส่วนต่าง และพบว่ามีบางส่วนได้มาจากหน่วยการเมืองกลาง(Central Political)ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และคณะกรรมาธิการด้านกฎหมาย(Legal Affairs Commission) ซึ่งรับผิดชอบดูแลหน่วยงานทางกฎหมายต่างๆ ของจีน

ช่วงเมษายน 2017 พบว่ารัฐบาลท้องถิ่นได้เปิดให้มีการประมูลสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่ายกักกันอุยกูร์ในซินเจียง

ซึ่งบางคำสั่งซื้อที่น่าสนใจรวมไปถึง ระบบกล้องทีวีวงจรปิดทันสมัย กล้องสำหรับบันทึกภายในห้องของสิ่งที่จีนเรียกว่านักเรียนปรับทัศนคติ ลวดสนาม ระบบดักฟังทางโทรศัพท์ อุปกรณ์ตรวจจับอินฟราแรด

นอกจากนี้ เอเอฟพียังพบว่า ศูนย์เหล่านี้ได้ออกคำสั่งซื้อ ชุดเครื่องแบบตำรวจ หมวก และโล่ปราบจลาจล สเปรย์พริกไทย แก๊สน้ำตา เครื่องยิงตาข่ายสำหรับควบคุมฝูงชน เครื่องช็อตไฟฟ้า กระบองไฟฟ้า หอก กระบอก 2 ท่อน กุญแจมือ และสนับมือ เป็นต้น

และมีศูนย์อย่างน้อย 1 แห่งในเขตซินเจียงสั่งซื้อเก้าอี้ผู้ต้องหาสำหรับการทรมานระหว่างสอบปากคำในจีน ที่เรียกว่า “tiger chairs”

อย่างไรก็ตาม เอเอฟพีชี้ว่า เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองอุรุมชีอ้างว่า “รายการสั่งซื้อเหล่านั้นล้วนจำเป็น” โดยชี้ว่าเพื่อปกป้องความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานโดยยกตัวอย่างไปถึง เครื่องช็อตไฟฟ้า และกล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธที่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิตทั้งสิ้น แต่สามารถลดความเสี่ยงการเกิดเหตุไม่คาดฝันในบางสถานการณ์ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืน

ทั้งนี้ในวันพุธ(24) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ตั้งคำถามถึงรายงานที่ถูกเปิดเผยเกี่ยวข้องกับสถานกักกันมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง แต่ไม่ได้ให้คำปฎิเสธอย่างเจาะจง

“ดิฉันต้องการแสดงข้อสงสัยถึงสถานการณ์ที่พวกคุณกล่าวมานั้นว่าเป็นจริง” และเสริมต่อว่า “ดิฉันหวังว่าคุณจะคิดถึงในสิ่งที่เจ้าหน้าที่จีนได้กล่าว และสิ่งที่สื่อมวลชนจีนรายงาน”

บีบีซีรายงานโดยอ้างการวิเคราะห์จาก GMV บริษัทอวกาศนานาชาติที่มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์สิ่งปลูกสร้างโดยภาพถ่ายที่มาจากอวกาศ และได้เคยทำงานให้กับองค์การสำรวจอวกาศยุโรป และสหภาพยุโรป ชี้ว่า ในการวิเคราะห์สิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่าค่ายกักกัน หรือศูนย์ฝึกอาชีพทั่วทั้งเขตซินเจียง ทาง GMV ชี้ว่าน่าจะมีมากถึง 101 แห่ง

ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ เป็นต้นพบความคล้ายคลึงทางสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้นว่าหอคอยของผู้คุมบนกำแพงสูง รั้วรักษาความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ใช้ในการควบคุมการเคลื่อนที่ของฝูงชน

จากทั้งหมดทำให้มีการพบว่า “มีจำนวน 44 แห่งถูกจัดในขั้นความปลอดภัยสูงหรือค่อนข้างสูง” และได้มีการพล็อตจากการปรากฎทางภาพถ่ายดาวเทียวครั้งแรกของค่ายกักกันหรือคุกในแต่ละแห่งทั้ง 44 แห่งนี้เพื่อทำการวิเคราะห์โครงสร้างอย่างละเอียดของสิ่งปลูกสร้างหลังจากนี้

ความคิดเห็น

comments

About