Thursday, 18/4/2019 | 12:28 UTC+7
i-News

ม็อบซูดานไม่ยอมจบ อ้างไม่เอาทหารปกครอง

ฝูงชนชาวซูดานยังคงอยู่บนถนนในกรุงคาทูม ไม่สนใจในคำสั่งเคอร์ฟิวของกองทัพตลอดทั้งคืนที่ถูกประกาศโดยคณะมนตรีแห่งชาติที่ตั้งโดยกองทัพซูดานหลังจากอดีตผู้นำที่อยู่ในอำนาจมานานร่วม 30 ปีต้องถูกโค่นอำนาจ

บีบีซี รายงานวันศุกร์(12 เมษายน)ว่า อดีตประธานาธิบดี โอมาร์ อัล-บาชีร์ ที่อยู่ในอำนาจมานานถูกกองทัพซูดานทำการยึดอำนาจในวันพฤหัสบดี(11) หลังจากการประท้วงบนท้องถนนนานยืดเยื้อหลายเดือน แต่ทว่าบรรดาแกนนำผู้ประท้วงต่างออกมาปฎิเสธการเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศของกองทัพ โดยกล่าวหาว่าคณะมนตรีแห่งชาติซูดานที่ตั้งโดยกองทัพนั้นเป็นส่วนหนึ่งรัฐบาลเก่า

มีการเผชิญหน้าเกิดขึ้นสร้างความวิตกว่าอาจนำไปสู่การปะทะระหว่างกลุุ่มผู้ประท้วงและทหาร

นอกจากนี้ยังมีส่วนอื่นของซูดานที่อาจนำไปสู่อันตรายระหว่างกองทัพซูดาน และกลุ่มผู้ประท้วงที่อาจหันมาจับปืนเริ่มเปิดฉากปะทะกัน

ทั้งสหประชาชาติและสหภาพแอฟริกา AU (African Union) ต่างออกแถลงการณ์เรียกร้องความสงบ

สื่ออังกฤษชี้ว่า แถลงการณ์ทางการถูกประกาศออกมาจากทางสถานีโทรทัศน์กล่าวว่า การบังคับใช้เคอร์ฟิวจะเริ่มระหว่างช่วงเวลา 22.00 น. -04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น “ขอให้ประชาชนทำตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง” และเสริมว่า “ทางกองกำลังและสภาความมั่นคงซูดานจะทำหน้าที่รักษาความสงบและความมั่นคงและการปกป้องการมีชีวิตอยู่ดีมีสุขของประชาชน” 

อย่างไรก็ตามฝูงผู้ประท้วงที่รวมตัวบนถนนในกรุงคาทูมต่างโบกธงชาติและประกาศว่า “ล่มลงอีกครั้ง” สะท้อนถึงสโลแกนขับไล่บาชีร์ที่ก่อนหน้านี้กล่าวว่า “ล่มลง แค่นั้น”

ซึ่งในการออกแถลงการณ์ของกองทัพกองทัพซูดานที่ออกมายืนข้างประชาชนตามข้อเรียร้องของผู้ชุมนุมกล่าวว่าจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี และสั่งระงับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญชั่วคราว หยุดยิง รวมทั้งปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นระยะเวลา 3 เดือนเพื่อเป็นหลักประกันความสงบในชาติ นอกจากนี้ด่านข้ามพรมแดนจะถูกปิดไปจนกว่าจะมีการประกาศการเปลี่ยนแปลง และรวมไปถึงน่านฟ้าซูดานจะปิด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามแกนนำการประท้วงคือ สมาพันธ์วิชาชีพซูดาน SPA ที่เป็นหัวหอกการประท้วง รวมไปถึงองค์กรทางสังคมอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยเรียกร้องให้ทหารออกมายืนอยู่ข้างประชาชน ได้ออกมาแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ที่พวกเขาไม่มีส่วนร่วมในการเข้าสู่อำนาจ

สัญญาณความขัดแย้งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังแกนนำผู้ชุมนุมที่อยู่นอกประเทศยังคงประกาศประท้วงต่อเนื่องแต่ทว่าประชาชนส่วนมาก ต่างเดินขบวนลงถนนในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี(11 เมษายน)ผ่านใจกลางเมืองหลวงกรุงคาร์ทูม เพื่อแสดงความยินดีบางส่วนออกมาเต้นรำ และประกาศคำขวัญต่อต้านบาชีร์

ผู้ประท้วงที่ยังคงรวมตัวอยู่ด้านนอกกระทรวงกลาโหมร้องตะโกนในตอนแรกของการยึดอำนาจว่า “เขาลงจากอำนาจแล้ว เราชนะ”

ขณะที่ในแถลงการณ์ของกองทัพยังได้เรียกร้องความสามัคคีของคนในชาติ โดยยกกุรอาน ซูเราะห์ อาละอิมรอน อายะห์ที่ 103 ความว่า “และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮ์โดยพร้อมกันทั้งหมดและจงอย่าแตกแยกกัน และจำรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮ์ที่มีแต่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย ความเมตตาของพระองค์ และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปากหลุมแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากปากหลุมแห่งนรกนั้น ในทำนองนั้นแหละ อัลลอฮ์จะทรงแจกแจงแก่พวกเจ้าซึ่งบรรดาโองการของพระองค์เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับแนวทางอันถูกต้อง”

ความคิดเห็น

comments

About