Sunday, 26/5/2019 | 1:48 UTC+7
i-News

ผู้บริหารทอท.-ล็อกซเลย์ เข้าขอขมา “จุฬาราชมนตรี” ไม่ต้องการอภิสิทธิ์ เสนอจัดพื้นที่ตวจให้เหมาะสม

ผู้บริหารการท่านอากาศยาน-ล็อกซเลย์ เข้าขอขมา หลังเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยสนามบินทำไม่เหมาะสม จุฬาราชมนตรี ไม่ถือสาหาความ ไม่ต้องการอภิสิทธิ์หรือยกเว้นการตรวจ เสนอการท่าจัดพื้นที่สำหรับตรวจให้เหมาะสม มิดชิด เพื่อไม่ให้มีภาพไม่เหมาะสมเกิดขึ้นอีก

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และผู้บริหาร บริษัท ล็อกซเลย์ เข้าพบนายอาศิส พิทักษ์คุมพลจุฬาราชมนตรี เพื่อขอขมาถึงเหตุการณ์ที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งการกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและกระทำเกินกว่าเหตุในการตรวจความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ทำการตรวจค้นจุฬาราชมนตรี ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น โดยใช้เครื่องมือตรวจที่ศีรษะและผ้าสะระบั่น(ผ้าโพกศีรษะ)ของท่านจุฬาราชมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา บรรยากาศการเข้าพบเป็นไปด้วยความเข้าใจด้วยดี

ขณะที่นายประสาน ศรีเจริญ รองประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ท่านจุฬาราชมนตรีไม่ได้ถือโทษหรือถือสาหาความแต่อย่างใด รวมทั้งสำนักจุฬาราชมนตรีก็ไม่ได้เผยแพร่ภาพดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย แต่มีชาวมุสลิมที่เห็นเหตุการณ์และรู้สึกถึงความไม่ถูกต้องแล้วนำไปเผยแพร่

ทั้งนี้ทางสำนักจุฬาราชมนตรียืนยันว่าหลังจากมีการขอขมาแล้วก็ต้องการให้ปัญหาดังกล่าวยุติด้วยดี เพื่อไม่ให้มีการนำประเด็นนี้ไปขยายผลใช้เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวไม่ว่าทางการเมือง ศาสนา หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลใด

นายประสานกล่าวว่า การเดินทางเข้าพบของผู้บริหาร ทอท.นั้น ได้รับปากจะกลับไปแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การตรวจค้นทางสำนักจุฬาราชมนตรีไม่ต้องการอภิสิทธิ์หรือยกเว้นการตรวจค้นแต่อย่างใด เพียงแต่การตรวจความปลอดภัยแก่บุคคลที่เป็นผู้ใหญ่และได้รับการนับถือ ในอนาคตขอให้มีการจัดทำฉากกั้นก่อนที่จะมีการตรวจค้นต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดภาพที่ไม่เหมาะสมออกไป

นอกจากนี้ทางสำนักจุฬาราชมนตรียังฝากประเด็นสำคัญขอให้ ทอท.รับไปดำเนินการปรับปรุง โดยเฉพาะในส่วนของการจัดพื้นที่สำหรับละหมาดของชาวมุสลิมในท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง ขอให้มีพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาเพียงพอและเหมาะสม เนื่องจากปลายปีนี้ซึ่งประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ซึ่งประชากรในภูมิภาคที่มีประมาณ 600 ล้านคนนั้น ในจำนวนดังกล่าว 300 ล้านคนก็เป็นชาวมุสลิม ดังนั้น เมื่อมีการเดินทางผ่านเข้าประเทศไทยก็จำเป็นต้องมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมด้านศาสนาด้วย

i-News Daily 58-06-05-323m

ความคิดเห็น

comments

About