ประธานาธิบดีเลโอนิด ติบิลอฟแห่งสาธารณรัฐเซาท์ออสเซเทียหนึ่งในดินแดนแถบคอเคซัส ยืนยันในวันพฤหัสบดี (26 พฤษภาคม) ว่าจะเดินหน้าจัดการลงประชามติเพื่อปูทางไปสู่การผนวกดินแดนของตนเข้าให้กับเจ้าอาณานิคมรัสเซียในปีหน้า ทั้งนี้ประเทศแถบคอเคซัสยังไม่เคยได้รับเอกราชจากรัสเซียเลยนับแต่โซเวียตล่มสลาย โดยผู้นำประเทศเหล่านี้แม้มาจากการเลือกตั้งแต่ต้องได้รับกาคยอมรับจากรัสเซีย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนของรัสเซีย และมีทหารรัสเซียจำนวนมากประจำการในประเทศเหล่านี้ จนทำให้ประชาชนต้องจับอาวุธขึ้นเรียกร้องเอกราชจนถูกปราบปรามจากรัสเซียอย่างรุนแรงในปัจจุบัน
ทั้งนายติบิลอฟ ซึ่งเป็นประธานาธิบดี นายอนาโตลี บิบิลอฟที่เป็นประธานรัฐสภาของดินแดนเซาท์ออสเซเทียต่างประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดลงประชามติในปี 2017 เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการผนวกดินแดนของตนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
ที่ผ่านมาระบอบการปกครองของเซาท์ออสเซเทีย ซึ่งมีรัสเซียคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง อ้างว่าตนเองมีสถานะเป็นประเทศเอกราช ที่แยกตัวออกมาจากจอร์เจีย หลังการทำสงครามกับจอร์เจียเมื่อปี 2008 และหลายประเทศซึ่งรวมถึงรัสเซีย นิการากัว นาอูรู และเวเนซุเอลา ต่างประกาศรับรองสถานะประเทศเอกราชของเซาท์ออสเซเทีย สวนทางกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) ที่ยืนกรานว่า เซาท์ออสเซเทีย มีสถานะเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจอร์เจียต่อไป
ความเคลื่อนไหวล่าสุดในเซาท์ออสเซเทียมีขึ้น 2 ปีหลังจากสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียของยูเครนได้จัดการลงประชามติยกดินแดนของตนเข้ากับรัสเซียเมื่อปี 2014 ท่ามกลางการประกาศ “ไม่ยอมรับ” ของโลกตะวันตก ที่ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้รัสเซียจากเหตุการณ์นี้
ทั้งนี้ ดินแดนเซาท์ออสเซเทียหรือออสเซเทียใต้ ได้ทำการประกาศเอกราชจากจอร์เจียเมื่อปี 1990 และผ่านการทำสงครามรบพุ่งกับจอร์เจียมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยสงครามครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2008 นั้น ได้ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ก่อนที่รัสเซียจะส่งกำลังทหารของตนเข้าคุ้มครองดินแดนของเซาท์ออสเซเทียจำนวนมากขึ้นและไม่ถอนกำลังออกอีกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

