ทางการปากีสถานเผยเครื่องบินที่พุ่งชนภูเขาเมื่อวันพุธ (7) ทำให้ลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมด 47 คนเสียชีวิต แจ้งขอความช่วยเหลือก่อนขาดการติดต่อ ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อระบุอัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิต รวมถึงหาสาเหตุของอุบัติเหตุทางการบินครั้งร้ายแรงที่สุดของปากีสถานในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีการค้นพบกล่องดำแล้ว และผู้บริหารสายการบินเชื่อว่า สาเหตุน่าจะมาจากเครื่องยนต์ขัดข้อง
วันพุธที่ผ่านมา เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินปากีสถาน อินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลนส์ (พีไอเอ) พุ่งชนไหล่เขาทางเหนือของปากีสถาน หลังจากเครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพ 1 ใน 2 ตัวขัดข้องระหว่างมุ่งหน้าจากเมืองจิตราลไปยังกรุงอิสลามาบัด
เครื่องบินลุกไหม้จากการกระแทกและแตกออกเป็นเสี่ยง เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนเครื่องกระเด็นไปไกลจากจุดตกในเขตอับบอตตาบัดของแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควาหลายร้อยเมตร
อาซัม ไซกอล ประธานกรรมการสายการบินแถลงในอิสลามาบัดเมื่อวันพุธว่า นักบินของเครื่องบินเอทีอาร์-42 ติดต่อเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินหลังจากเครื่องยนต์ตัวหนึ่งขัดข้อง และส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเวลา 16.14 น. (18.14 น. ตามเวลาไทย) หลังจากนั้นเพียงนาทีเดียว เครื่องบินก็เริ่มไต่ลงและหายไปจากจอเรดาร์เมื่อเวลา 16.16 น.
ไซกอลสำทับว่า เครื่องบินมีอายุการใช้งาน 9 ปี เพิ่งผ่านการตรวจเช็คและอยู่ในสภาพสมบูรณ์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่นักบินมีประสบการณ์การบินมากกว่า 12,000 ชั่วโมง
ประธานพีไอเอยังบอกอีกว่า ขณะนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมด และรับปากว่า จะตรวจสอบอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างเหมาะสม
ด้านโฆษกของสายการบิน ดันยาล กิลานี เผยว่า เจ้าหน้าที่พบกล่องดำของเครื่องบินแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาในการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้
ขณะเดียวกัน ยอดผู้เสียชีวิตที่ระบุตอนแรกว่า อยู่ที่ 48 คน ถูกปรับลดเป็น 47 คน
ในจำนวนนี้รวมถึงจูเนด แจมเชด หนึ่งในนักร้องวงร็อคที่ชาวปากีสถานชื่นชอบมากที่สุดแต่ภายหลังผันตัวเองเป็นผู้เผยแพร่ศาสนา นอกจากนั้นยังมีชาวออสเตรีย 2 คนและชาวจีน 1 คน ทารก 2 คน และลูกเรือ 5 คน
วันพฤหัสฯ (8) บรรดาญาติมิตรผู้เสียชีวิตนับสิบคนพากันไปที่โรงพยาบาลต่างๆ ในอิสลามาบัดและราวัลปินดีเพื่อพยายามระบุตัวตนของบุคคลอันเป็นที่รักจากซากศพที่มีสภาพไหม้เกรียม โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตเพื่อช่วยในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
อาลี บาซ เจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์เอยับ เผยว่า สามารถระบุอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตแล้ว 6 คนจากลายนิ้วมือ
ขณะเดียวกัน มูฮัมหมัด เออร์ฟาน เอลาฮี เจ้าหน้าที่การบินอาวุโส ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า การขาดการซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยระบุว่า เครื่องบินตัวหนึ่งขัดข้องหลังขึ้นจากสนามบินในจิตราล และนักบินได้แจ้งเรื่องนี้ต่อศูนย์ควบคุม อย่างไรก็ตาม นักบินได้รับอนุญาตให้นำเครื่องขึ้นได้
ตลอดคืนวันพุธ หน่วยกู้ภัยซึ่งรวมถึงชาวบ้านหลายร้อยคน ได้พยายามกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากเครื่องบินที่ตกใกล้หมู่บ้านซัดดา บาโตลนี ที่อยู่ห่างจากสนามบินอิสลามาบัดเพียง 50 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่กู้ภัยอาวุโสคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อบอกว่า ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า เห็นเครื่องบินสั่นก่อนที่จะตก โดยตอนแรกนั้นเครื่องกำลังจะพุ่งชนหมู่บ้าน แต่ดูเหมือนนักบินสามารถเปลี่ยนทิศทางและบังคับให้เครื่องบินพุ่งไปยังภูเขาแทน
อุบัติเหตุเมื่อวันพุธถือเป็นโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกร้ายแรงครั้งที่ 4 ที่เกิดขึ้นในปากีสถาน โดยครั้งร้ายแรงที่สุดคือในปี 2010 ที่เครื่องแอร์บัส 321 พุ่งชนภุเขานอกอิสลามาบัดขณะพยายามลงจอด ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 152 คนเสียชีวิต และในภายหลังมีการระบุสาเหตุว่า เกิดจากความผิดพลาดของนักบิน.
