ตัวแทนผู้เข้าร่วมจากชาติในทวีปแอฟริกาอย่างน้อย 60 คนจากไนจีเรีย คาเมรูน แองโกลา เอธิโอเปีย เซียร์ราลีโอน กินี กานา และแอฟริกาใต้ ถูกสถานทูตสหรัฐฯ ปฏิเสธในการออกวีซ่าให้เดินทางเข้าร่วมงานซัมมิตประจำปี “เศรษฐกิจและการพัฒนาระดับโลกแอฟริกา” (The African Global Economic and Development Summit) ที่ถูกจัด 3 วันที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียใต้ USC เป็นที่มึนงง หลังพบพลเมืองจากทวีปแอฟริกาแม้แต่คนเดียวไม่ได้รับวีซ่าในปีนี้ ผู้จัดตั้งขอสงสัยอาจเกี่ยวข้องนโยบายทรัมป์แบนมุสลิม

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวันจันทร์ (20 มีนาคม) ว่า แมรี ฟลาวเวอร์ส (Mary Flowers) ผู้จัดงาน ซัมมิตประจำปี “เศรษฐกิจและการพัฒนาระดับโลกแอฟริกา” (The African Global Economic and Development Summit) ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่ออังกฤษว่า ในปีนี้พบว่า ไม่มีพลเมืองชาติแอฟรีกันแม้แต่คนเดียว ได้รับการอนุมัติจากสถานทูตสหรัฐฯ ในการอนุญาตเข้าอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีทางเศรษฐกิจที่ถูกจัดในรัฐแคลิฟอร์เนียในปีนี้

ทำให้มีการตั้งคำถามว่า การกีดกันเช่นนี้เกี่ยวข้องกับนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกคำสั่งทางบริหารในการห้ามเดินทางเข้าประเทศหรือไม่ ที่พบว่าอย่างน้อย 6 ชาติในทวีปแอฟริกานั้นถูกระงับการออกวีซ่าชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าตัวแทนจากประเทศแอฟริกาใต้นั้นรวมอยู่ในกลุ่มผู้ที่ถูกปฎิเสธวีซ่าเช่นกัน

ฟลาวเวอร์สกล่าวต่อว่า มีจำนวนคนราว 60-100 คนที่มาจากประเทศในทวีปแอฟริกาจำนวนหลายสิบประเทศถูกปฏิเสธในการให้เข้าร่วมซัมมิตซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วันที่มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนียใต้ USC ทำให้ทางผู้จัดงานจำเป็นต้องลดขนาดการประชุมให้อยู่ในระดับเล็กลงเพื่อทำไปตามแผนที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16-17 มี.ค.ที่ผ่านมา

เดอะการ์เดียนชี้ว่า ซัมมิตที่ถูกจัดนี้มีขึ้นเพื่อรวบรวมตัวแทนจากชาติทั่วทวีปแอฟริกามาพบปะกับบรรดานักธุรกิจในสหรัฐฯ ในความพยายามเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าให้เกิดขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษชี้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การจัดซัมมิตต้องประสบปัญหาจากผู้เข้าร่วมการประชุมไม่ได้รับวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าร่วม โดยการประชุมทางเศรษฐกิจประจำปีที่เริ่มจัดตั้งแต่ 3 ปีก่อนหน้านี้ หรือในปี 2013 ประสบปัญหามาโดยตลอด ฟลาวเวอร์สให้ความเห็น

โดยในปีที่ผ่านมา พบว่า 40% ของผู้แสดงความสนใจเข้าร่วมจสากแอฟริกาถูกปฏิเสธวีซ่า

แต่สำหรับในปีนี้ที่ไม่มีผู้เข้าร่วมจากทวีปแอฟริกา หรือเรียกได้ว่าถูกปฏิเสธวีซ่าจากสหรัฐฯ 100% ทำให้มีผู้เข้าร่วมการประชุมซัมมิตการค้าแอฟริกาเพียง 50-75 คน จากทั้งหมดที่ทางผู้จัดตั้งไว้อยู่ที่ 150-200 คน โดยการปฏิเสธเกิดขึ้นหลังจากที่ทางผู้ยื่นขอได้แสดงหลักฐานจำนวนมาก รวมไปถึงสเตทเมนต์ทางการเงิน และถูกปฏิเสธหลังจาก

โดยฟลาวเวอร์สยืนยันว่า การประชุมซัมมิตนั้นมีความสำคัญในการนำทวีปแอฟริกามาถึงประตูหน้าบ้านของสหรัฐฯ สำหรับการลงทุนและการค้า เดอะการ์เดียนชี้ว่า ฟลาวเวอร์ส์ผู้จัดงานนั้นในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการทำงานโปรเจกต์โรงไฟฟ้าในไนจีเรีย ที่เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือในการประชุมในอดีต

ความคิดเห็น

comments

By admin